วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มม.-มก.ร่วมวิจัยปรับปรุงพันธุ์ข้าวไทย

มม.-มก.ร่วมวิจัยปรับปรุงพันธุ์ข้าวไทย มีดัชนีน้ำตาลต่ำ ช่วยผู้ป่วยเบาหวาน–คนลดอ้วนกินแล้วย่อยได้น้ำตาลน้อยกว่ากินข้าวที่ดัชนีน้ำตาลสูง

ที่สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล รศ.ดร.รัชนี คงคาฉุยฉาย ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล(มม.) แถลงข่าว เรื่อง “การกินข้าวพื้นเมืองและข้าวปรับปรุงพันธุ์ช่วยควบคุมเบาหวานและควบคุมน้ำหนักได้”ว่า ปี2014ทั่วโลกมีประชากรที่เสี่ยงโรคเบาหวานราว387ล้านคน โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน ที่คาดว่าในปี2035จะ เพิ่มขึ้นถึง71 %สถาบันฯจึงร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) ในการพัฒนาพันธุ์ข้าวที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำช่วยควบคุมเบาหวานและควบคุมน้ำหนักได้ เบื้องต้นคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวได้ประมาณ20-30ชนิดนำมาทดสอบดัชนีน้ำตาลต่ำซึ่งหมายถึงเมื่อทานข้าวแล้วย่อยออกมาได้น้ำตาลน้อยเหลือ5-6สายพันธุ์ เลือกสายพันธุ์ที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำที่สุด คือ สายพันธุ์ ปิ่นเกษตร +4#20A09ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งชื่อสายพันธุ์จึงเรียกชื่อตามรหัสการพัฒนาสายพันธุ์ดังกล่าว

รศ.ดร.รัชนี กล่าวอีกว่า สถาบันฯได้นำข้าวขัดที่เป็นสายพันธุ์ที่ปรับปรุงและมีดัชนีน้ำตาลต่ำ มาจัดทำเป็นข้าวผัดเพื่อเปรียบเทียบกับข้าวสายพันธุ์ที่มีดัชนีน้ำตาลสูง โดยมีปริมาณข้าวเท่ากันที่110กรัม มีพลังงานและสารอาหารชนิดต่างๆเท่ากันแล้วให้อาสาสมัครที่เป็นผู้ป่วยเบาหวานแต่ยังไม่ได้เข้ารับการรักษา ไม่มีการกินยาและอาหารเสริมต่างๆ จำนวน15 คนรับประทาน พบว่า อาสาสมัครที่รับประทานข้าวที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ มีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดต่ำกว่าการรับประทานข้าวที่มีดัชนีน้ำตาลสูง และมีการตอบสนองของฮอร์โมนอินซูลินดีขึ้น ในขณะที่ระดับฮอร์โมนที่กระตุ้นความอยากอาหารมีแนวโน้มต่ำกว่า

 นอกจากนี้ ข้าวที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำยังสามารถเพิ่มระดับของฮอร์โมนที่มีผลต่อกระบวนการทำงานของเบต้าเซลล์ของตับอ่อน กระตุ้นให้มีการสร้างอินซูลินได้ดีขึ้น และมีผลต่อการควบคุมศูนย์อิ่มและศูนย์หิว ทำให้ผู้ป่วยที่รับประทานข้าวที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำรู้สึกอิ่มได้นานกว่า เนื่องจากอาหารอยู่ในลำไส้ได้นานขึ้น และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการผลิตออกมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์แต่เชื่อว่าในอนาคตจะมีการส่งเสริมให้รับประทานมากขึ้น แต่หากคนไทยไม่สนใจที่จะรับประทานเพราะข้าวแข็งจะส่งออกไปขายประเทศแถบตะวันออกกลางที่นิยมรับประทานข้าวแข็ง

“ข้าวที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ ซึ่งมม.และมก.ร่วมกันพัฒนาขึ้นนี้เหมาะแก่การส่งเสริมให้ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและผู้ป่วยที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากข้าวสายพันธุ์นี้มีดัชนีน้ำตาลต่ำและมีการตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้น ทำให้เมื่อรับประทานข้าวชนิดนี้เข้าไปจะย่อยแล้วได้น้ำตาลออกมาน้อย บวกกับอินซูลินมีการทำงานดีขึ้น อินซูลินก็จะนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ได้ดีขึ้น นำไปสร้างเป็นพลังงานให้กับร่างกาย ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะน้อย แต่เป็นข้าวที่ย่อยแล้วได้น้ำตาลออกมามากหากอินซูลินจับไม่ได้ น้ำตาลก็จะลอยอยู่ในเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงและรู้สึกหิวบ่อย” รศ.ดร.รัชนีกล่าว

รศ.ดร.รัชนี กล่าวด้วยว่า ข้าวสายพันธุ์ใหม่และข้าวพื้นเมือง เช่น ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวนิลสวรรค์ และข้าวมะลิแดงที่มีสีม่วงเข้มเป็นข้าวที่มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น วิตามินอี แอนโทไซยานิน โพลีฟีนอลและประสิทธิภาพต้านอนุมูลอิสระกว่าพันธุ์ข้าวทั่วไป เหมาะแก่การแนะนำให้ผู้รักสุขภาพ คนที่ต้องการลดน้ำหนักและผู้ป่วยเบาหวาน แต่ควรรับประทานที่เป็นข้าวกล้องเพราะหากนำไปขัดขาวจะทำให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่างๆหายไปจำนวนมาก เหมือนกับทิ้งยาอายุวัฒนะ แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะไตวาย ไม่เหมาะที่จะรับประทานข้าวกล้องเนื่องจากข้าวกล้องมีฟอสฟอรัสและแคลเซียมสูง แต่สามารถรับประทานข้าวดัชนีน้ำตาลต่ำได้ เพราะแม้นำข้าวไปขัดขาวแล้วก็ยังมีดัชนีน้ำตาลต่ำ

“จากการศึกษางานวิจัยจากต่างประเทศ ยังพบว่า พฤติกรรมการกินข้าวด้วยการใช้ตะเกียบ การใช้ช้อนและการใช้มือ มีผลต่อการตอบสนองของระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด โดยการใช้ตะเกียบมีผลต่อการตอบสนองของระดับน้ำตาลในเลือดน้อยที่สุด เนื่องจากการกินด้วยตะเกียบในแต่ละครั้งจะได้ปริมาณข้าวน้อยกว่า และการเคี้ยว และการกลืนข้าว รวมถึง การกินข้าวอย่างรวดเร็วทำให้มีการย่อยน้ำตาลจากแป้งใช้เวลานานกว่าจึงส่งผลให้น้ำตาลกลูโคสในเลือดขึ้นได้ช้า แต่การเคี้ยวที่ใช้ระยะเวลานานจะทำให้การตอบสนองของน้ำตาลกลูโคสขึ้นสูงกว่า “รศ.ดร.รัชนีกล่าว