"ประยุทธ์"ชี้ความขัดแย้งยังมีเสถียรภาพจึงไม่เกิด อย่ากระพือไปจนต่างประเทศตื่นตระหนก จี้ทุกหน่วยทำผลประเมินธนาคารโลกให้ดีขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมเพื่อมอบนโยบายและแนวทางในการขับเคลื่อนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคเอกชนในการสนับสนุนให้สามารถดำเนินธุรกิจได้โดยสะดวก ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า เราจะต้องมีการสร้างความเข้มแข็ง ทางด้านเศรษฐกิจ โดยผลจากการประเมินของธนาคารโลกถืออยู่ในเกณฑ์ที่ถือว่าดี
แต่ว่าจะต้องสูงขึ้นกว่านี้ ในเรื่องของการประกอบธุรกิจ เรื่องการขออนุญาต การเชื่อมั่นในแง่ของข้อกฎหมาย สิทธิประโยชน์ที่มีหลายรายการ ซึ่งได้มีการประชุมกันในเรื่องของการประเมินนี้ ว่าให้มีหน่วยงานครบทุกหน่วย และได้เน้นว่าทำอย่างไรให้ผลการประเมินดีขึ้นในปีต่อไป ซึ่งในการประเมินในครั้งนี้เมื่อตนได้เข้ามาทำงานแล้ว ก็ได้มีการประเมินไปก่อนแล้ว จึงทำให้การประเมินค่อนข้างจะต่ำไป ใน 2-3 ที่ในบางเรื่อง รวม 6-7 หัวข้อ ขณะเดียวกันประเทศรอบบ้านเรามีมาตรฐานสูงขึ้น มีการพัฒนาตามหลังประเทศไทย แต่สิ่งที่ได้พัฒนาขึ้นมานั้นจึงเห็นความแตกต่างทันที ซึ่งของประเทศไทยทรงตัวมานานแล้ว เราจึงต้องยกระดับเหล่านี้ให้สูงขึ้นไป
นายกฯ กล่าวอีกว่า ฉะนั้นวัตถุประสงค์ในการประชุมวันนี้คือ ดูเรื่องผลการประเมินให้ดูดีขึ้น เพื่อจะมีผลกับความเชื่อมั่นในการลงทุนของต่างประเทศในประเทศไทย ทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ซึ่งมีปัญหาหลายอย่าง แต่วันนี้ได้ทำการแก้ไขทั้งหมด ทั้งในด้านกฎหมาย การบริหารจัดการ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และครอบคลุมไปถึงเรื่องผังเมือง ในเรื่องของการกำหนดพื้นที่อุตสาหกรรม พื้นที่สีเขียวและส่วนอื่นๆก็คุยกันทั้งหมด ในเรื่องของเศรษฐกิจพิเศษ ว่าจะขับเคลื่อนอย่างไร มีปัญหาตรงไหนบ้าง และเรื่องของการกำหนดมาตรฐานของสำนักงานกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมศุลกากร การขนส่งทางอากาศก็ได้พูดหมด ว่าต้องแก้อะไรบ้างทางกายภาพ แก้อะไรบ้างทางกฎหมาย แก้อะไรในเชิงการปฏิบัติ และในเชิงนโยบาย ซึ่งวันนี้มีความก้าวหน้าพอสมควร คิดว่าอยู่ที่การปฏิบัติ ซึ่งได้ทำมานานแล้วในเรื่องนี้ ก็ต้องฝากไว้ในเรื่องนี้
"ทั้งหมดนั้นจะทำไม่ได้เลย ถ้าหากว่าความมีเสถียรภาพของประเทศไม่เกิด ซึ่งอาจจะมีความขัดแย้ง ความเห็นต่างนั้นสามารถมีได้ แต่อย่ากระพือไปจนต่างประเทศตื่นตระหนก สิ่งนี้เป็นประเด็นของตัวผม ทำให้มีปัญหากับสื่อในเรื่องอารมณ์ ซึ่งเป็นกังวลในเรื่องของการทำความเข้าใจของต่างประเทศกับเรา เพราะต้องให้ต่างประเทศมาลงทุนในบ้านเรา ซึ่งในรอบบ้านก็สงบนิ่งแม้ว่าจะมีการขัดแย้งกันแต่ก็ไม่โหมข่าวแบบเรา ซึ่งมันอันตรายก็ฝากไว้ด้วย"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า สรุปสุดท้ายคือ ทั้งหมดที่ทำไปนั้น นี้คือการปฏิรูปแล้ว ซึ่งทั้งหมดไม่ได้ทำแบบนี้ แต่ได้ทำเป็นแผนของเขามาโดยตลอด ทุกกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งได้เน้นการบูรณาการ ว่าแบ่งในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็งแบบนี้ จะอยู่ในช่วงที่ 2 เนื่องจากได้ทำมาตั้งแต่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยุติการนำกฎหมายเข้ามา และระยะที่2 คือจากนี้จนถึงกรกฎาคม พ.ศ.2560 โดยจะวางพื้นฐาน วางรากฐานต่างๆ กฎหมาย ระเบียบวินัย การบูรณาการต่างๆให้สภาปฏิรูปแห่งชาติรับไปและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ไปออกกฎหมายมาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไปทำให้เกิดขึ้นมาให้ได้
"เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลอย่างเดียว ส่วนราชการและมีท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การกระจายอำนาจ พ.ร.บ. มากมายไปหมด วันนี้จึงต้องทำให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกที่ออกมาแล้วด้วย การให้ข่าวสารทั้งหมด ถ้าเราไม่มีอะไรจะให้เขา แล้วให้ไปแล้วมันก็ไม่มีประโยชน์ เราต้องให้ว่าจะสะดวกอย่างไรหรือประโยชน์อย่างไร ความคุ้มครองทางกฎหมายผูกโยงกันทั้งหมด"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว





