"พล.ต.ท.ศรีวราห์" แจงสำนวนคดีหมอหยองกับพวก ยันไม่มีทหารเอี่ยว ม.112
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 6 พ.ย.พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับขบวนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า สำนวนที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ หมอหยอง และ นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ 3 ผู้ต้องหาที่ได้ควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำพิเศษ ซึ่งอยู่ในช่วงของการนำตัวฝากขังครั้งที่ 2 แล้วเสร็จไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ขาด 10 เปอร์เซ็นต์เพียงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เท่านั้น ส่วนสำนวนที่เหลืออื่นๆที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จไปกว่า 70% เช่นกัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ แต่ยืนยันทุกขั้นตอนเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย
พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวถึง กรณีที่มีข่าวออกมาระบุว่ามีนายทหารมาเกี่ยวข้องกว่า 40-50 นายนั้นข้อเท็จจริงเป็นยังไง วันก่อนมีน้องๆผู้สื่อข่าว2-3คน มาถามว่ามีใครข้องเกี่ยวกับหมอหยองบ้าง ก็เลยตอบไปว่า มีข้าราชการเป็นสิบเพราะมีสิบกว่าสำนวน ส่วนจับใครบ้างก็บอกว่าจับตามหลักฐานไม่เคยระบุว่าจับทหารตั้งหลายคน แปลกใจอยู่ว่าไปลงกันได้ไง ยืนยันในสำนวนของตำรวจไม่มีทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ตามที่เป็นกระแสข่าว พร้อมปฏิเสธคำกล่าวหาที่ระบุว่าตำรวจเกรงใจกองทัพ ก็ไม่เป็นความจริงยืนยันจะดำเนินการอย่างถึงที่สุดตามกฎหมายหากพบผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ส่วนกรณีที่มีการนำเสนอข่าวพาดพิงนายทหาร เรื่องนี้ก็ขอปฎิเสธว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งอาจเป็นการลงข่าวคลาดเคลื่อน เนื่องจากเป็นเพียงคำให้การของนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง เพราะมีความคลุกคลีกับทหารก็คงมีบ้าง แต่กรณีที่สื่อไปลงว่าพาดพิงซัดกันไป ซัดกันมา ซึ่งไม่สามารถรับฟังได้ คือในวันนั้นน้องๆสื่อมวลชนมีมารอทำข่าว กับน้องๆผู้สื่อข่าวก็ไม่มีปัญหาอะไรด้วย แต่พอส่งข่าวเข้าไปในโรงพิมพ์แล้วทำไมโรงพิมพ์ไปนำเสนอข่าวอย่างนั้นก็ไม่ทราบเจตนาเหมือนกัน ข้อเท็จจริงก็ไม่มี กรณีจะจับเจ้าหน้าที่รัฐ 40-50 คน ข้อเท็จจริงต้องชัดเจน
"ยืนยันว่าขณะนี้ในสำนวนของเจ้าหน้าที่ยังไม่ทหารหรือบุคคลในกองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว แต่การนำเสนอข่าวของสื่อบางสำนักในเรื่องนี้ผมเห็นว่าทำให้กองทัพ ชาติ บ้านเมืองเสียหาย ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาว่ามีเจตนาอะไรรับงานใครมาหรือเปล่า เข้าข่ายทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายแตกแยกหรือไม่ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที" พล.ต.ท.ศรีวราห์ระบุ
พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า โดยส่วนตัวยืนยันว่าสิ่งใดทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหาย ก็อาจจะใช้สิทธิ์ของตน เพราะการที่ไปเขียนข้างในอย่างข้างนอกอีกอย่างของหนังสือพิมพ์บางฉบับทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหาย ทำให้แตกแยก โดยส่วนตัวไม่มีความเกรงใจกองทัพ หากมีหลักฐานหรือข้อมูลเกี่ยวโยงถึงก็จะต้องดำเนินการ และเชื่อว่ากองทัพจะไม่ปกป้องคนกระทำผิด
ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีการเรียกนางจีราภา อริยวงศ์โสภณ น้องสาวของหมอหยอง มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีนั้น พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวนั้นยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการเรียกเข้ามาพบ สำหรับนายศุกร์โข ตามเสรี ที่ถูกจับกุมในข้อหาครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย ขณะนี้ยังไม่พบความผิดที่เกี่ยวข้องกับคดี 112 แต่ยังถือเป็นบุคคลสำคัญที่จะให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เพราะถือเป็นคนสนิทของสารวัตรเอี๊ยด
พล.ต.ท. ศรีวราห์ ยังกล่าวว่ากรณีการเคลื่อนย้ายเสาสัญญาณของตำรวจสื่อสารจากพื้นที่ย่านบางชัน มาติดตั้งบนอาคารตึกใบหยก ย่านประตูน้ำ ที่สารวัตรเอี๊ยดได้สั่งการให้บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เป็นผู้เคลื่อนย้ายนั้น ขณะนี้ยังไม่พบการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่มีความผิดตาม พ.ร.บ.การสื่อสารมีโทษแค่ปรับเท่านั้น ในส่วนที่เจ้าหน้าที่บริษัท SAMART เจ้าหน้าที่รัฐที่ดำเนินการใช้งบประมาณอย่างไม่เหมาะสมก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของต้นสังกัดพิจารณาเอาผิดต่อไป ในที่นี้ไม่น่ามีสารวัตรเอี๊ยดเพราะไม่ได้สังกัดตำรวจสื่อสาร
สำหรับนายตำรวจ 8 นายสังกัดกองบัญชาการสอบสวนกลางนั้น จะยังคงไม่มีการดำเนินการใดๆเพิ่มเติม เนื่องจากยังไม่มีการร้องให้สอบเพิ่มเติมจากพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีของพล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ อดีตที่ปรึกษา (สบ.10) ยังไม่มีการเชิญมาให้ปากคำแต่อย่างใด เพราะไม่มีใครแจ้งความร้องทุกข์





