วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พท.ยันเรื่องเกิดก่อนรัฐประหาร เป็นหน้าที่กระบวนการยุติธรรม

"ชวลิต"เห็นด้วย"ประวิตร"เรื่องเกิดก่อน 22 พ.ค.57 เป็นหน้าที่ของศาลและกระบวนการยุติธรรม

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รอง นายกฯ ให้ความเห็นถึงการใช้ ม.44 ในคดีจำนำข้าวว่า เพื่อคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานที่สุจริต ไม่คิดกลั่นแกล้งใคร เพราะถ้าคิดกลั่นแกล้งก็ยึดทรัพย์ไปแล้วนั้น ตนเห็นว่า โดยหลักของกฎหมายทั่วไป ถ้าผู้ปฏิบัติงานสุจริต กฏหมายย่อมให้ความคุ้มครองผู้สุจริตอยู่แล้ว ตรงข้ามการนิรโทษกรรมล่วงหน้า กลับเป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง เพราะไปปิดกั้นโอกาสผู้เสียหายไม่ให้มีหนทางเรียกร้องสิทธิ อันเป็นการละเมิดสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรมที่ได้รับการยอมรับจนมีการบัญัญัติไว้ในกม.รธน.ทุกฉบับ แล้วรัฐจะละเมิดเสียเองได้อย่างไร 

ส่วนการอ้างว่าใช้ ม.44 เพื่อคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวกับการนับข้าว ขายข้าว ระบายข้าวเป็นคนละประเด็นกับคดีจำนำข้าวที่อยู่ในศาลแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นั้น เป็นข้ออ้างที่ไม่มีเหตุผล รับฟังไม่ได้โดยสิ้นเชิง เพราะคดีจำนำข้าวที่อยู่ในศาลฯ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนที่เกี่ยวเนื่อง กัน แยกไม่ออก กล่าวคือ ส่วนแรก เรียกว่า ส่วนขาเข้า คือ การรับจำนำข้าว ส่วนที่สอง เรียกว่าส่วนขาออก คือ การระบายข้าว อย่างไรเสียในการพิจารณาคดีในศาลฯ ก็ต้องพิจารณาเอกสาร หลักฐานทั้งสองส่วนเกี่ยวเนื่องกัน จึงไม่เป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา ดังได้กล่าวข้างต้น ประการสำคัญ การที่ตนและหลายภาคส่วน โดยเฉพาะนักวิชาการได้ให้ความเห็นว่า การใช้ม.44 ในคดีจำนำข้าว นั้น ขัดกับหลักนิติธรรม จนถึงขณะนี้ยังไม่มี

ฝ่าย กม.ของรัฐบาลหรือฝ่ายบริหารท่านใดออกมาปฏิเสธว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ขัดกับหลักนิติธรรม ซึ่งโดยหลักของกฎหมายปิดปากเท่ากับยอมรับว่าขัดกับหลักนิติธรรมโดยปริยาย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก หากจะมีผู้สอบถามว่า อาจารย์จะสอนหนังสือต่อไปอย่างไร เมื่ออาจารย์ละเลยหลักการสำคัญในการปกครองประเทศ นั่นคือ หลักนิติธรรม อาจารย์จะรับผิดชอบ ไหวไหมถ้านานาชาติบอยคอต

ประเทศของเราด้วยเหตุดังกล่าว และหากจะอ้างว่าอยู่ในห้วงรัฎฐาธิปัตย์ ก็น่าจะไม่สมเหตุสมผล เพราะขณะนี้รัฐบาลได้มีการแจงโรดแม็พต่อสาธารณชนและชาวโลกชัดเจนแล้วว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อใด 

นายชวลิต กล่าวว่า เห็นด้วยกับความเห็นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนรม.ที่ให้ความเห็นว่า เรื่องในอดีตเป็นหน้าที่ของศาลและกระบวนการยุติธรรม ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลชุดนี้ ท่าน นรม.พูดชัดเจนว่า สิ่งที่เกิดหลังเหตุการณ์ 22 พ.ค.57 นรม.จะรับผิดชอบทุกเรื่อง แต่เรื่องที่เกิดก่อนหน้านั้น ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น ทุกองคาพยพในรัฐบาล ควรรับหลักการดังกล่าวไปปฏิบัติ

สิ่งใดที่ได้เสนอแนะนอกหลักการดังกล่าว ก็สามารถแก้ไขให้ตรงกับหลักการที่ นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคงได้ให้นโยบายไว้ ประการสำคัญสิ่งที่ทั้งสองท่าน ได้ให้นโยบายไว้ล้วนเป็นผลดี กับประเทศและรัฐบาลเอง