โฆษกสปท. แจงกรอบการทำงานทุกกมธ. ต้องเสนอแผนภายใน 30 วัน เผยพร้อมชี้แจงต่อทูตถึงการดำเนินงาน
นายคำนูณ สิทธิสมาน นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ และพญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ คณะโฆษกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แถลงถึงความคืบหน้าการดำเนินงานของ สปท. ขั้นตอนต่อไปทาง ร.ต.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท.จะแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการดำรงตำแหน่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญประจำสภา ที่จะมี 11 คณะ ซึ่งกรรมการชุดดังกล่าวจะทำหน้าที่ในกรณีที่สมาชิกสปท.แจ้งความประสงค์ที่จะเข้ารับตำแหน่งกรรมาธิการมาแล้ว จากนั้นจะส่งรายชื่อสมาชิกสปท.ที่มีความประสงค์ให้กับประธานสปท. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งประธานของกรรมาธิการของแต่ละคณะตามที่ประธานเห็นสมควร ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับ ทั้งนี้ ร.อ.ทินพันธุ์ ได้แจ้งให้สมาชิกทราบว่า ไม่ขอใช้อำนาจโดยปราศจากการตรวจสอบ ดังนั้นนจึงจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการช่วยกลั่นกรอง หรือพิจารณาเลือกประธานและตำแหน่งต่างๆในกมธ.
ด้านพญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า กรอบการทำงานของสปท.หลังมีระเบียบออกมาแล้ว มี 5 ประการ คือ 1.ดำเนินตามกรอบตามกรอบรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 57 ซึ่งมี 11 วาระร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญอีก 1 คณะ 2.ให้นำข้อมูลที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)ได้ทำไว้ ไปใช้ดำเนินการต่อ 3.ให้เลือกเรื่องที่เร่งด่วน 4.ให้เลือกเรื่องที่จะมีประสิทธิภาพในการที่จะปฏิรูปในสังคม และ 5.ให้ประสานกับแม่น้ำอีก 4 สายเพื่อให้ได้ในสิ่งที่จะสามารถทำไปด้วยกันได้ ทั้งนี้กรอบการทำงานจะมีความชัดเจนมากขึ้นภายใน 1 เดือนกรรมาธิการทุกชุดจะต้องสรุปเสนอแผนและทยอยรายงานการดำเนินทุกๆเดือน
นายสุวัฒน์ กล่าวว่า สปท.จะจัดให้มีการพบปะกับคณะทูตที่อยู่ในประเทศไทยเพื่อชี้แจงเป้าหมายของการปฏิรูปและสร้างประชาธิปไตยที่มั่นคง สืบเนื่องจากหลังจากที่มีการรัฐประหาร นานาชาติต่างก็ให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าว ดังนั้นทางสปท. จะมีการชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้คณะทูตได้รับทราบ ในวันที่ 11 พ.ย.ที่รัฐสภา ส่วนวันที่ 14 พ.ย. ทางกระทรวงการต่างประเทศก็จะได้เชิญคณะทูตไทยที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทั้ง 96 แห่ง เข้ารับฟังคำชี้แจงของสปท.ด้วยเพื่อนำไปเผยแพร่ในต่างประเทศได้
เมื่อถามว่า ทางสปท.ได้พูดคุยถึงการเสนอร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายคำนูณ กล่าวว่า แม้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 จะไม่ได้กำหนดให้สปท.เสนอแนะความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่เนื่องจากประเด็นการขับเคลื่อนปฏิรูปทางการเมืองหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ อีกทั้งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่ารัฐธรรมนูญ(กรธ.) ได้มีหนังสือมายังสปท.เพื่อขอรับฟังความคิดเห็นจากสปท.เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจะมีวาระอภิปรายทั่วไปของสมาชิกสปท.ทั้งหมดเพื่อรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 10 พ.ย. นี้





