สปท. ถกปฏิรูปการเมือง "วิทยา"ชี้ไม่ต้องเลือกตั้ง เพราะประเทศไม่พร้อม จวกกกต.ทำงานล้มเหลว ด้าน"สมพงษ์"โต้เลิกอ้างซื้อสิทธิ์ขายเสียง
ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในวาระการอภิปรายเพื่อหาแนวทางการปฏิรูปการเมือง โดยมีน.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสปท. คนที่สอง เป็นประธานในการประชุม ทั้งนี้ก่อน สปท. จะเริ่มการอภิปราย ที่ประชุมได้เชิญ พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมืองคนที่สอง และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้นำเสนอแนวทางการทำงานที่ผ่านมาของ สปช. โดยได้เสนอว่าทางกมธ. ได้เน้น 4 ด้าน คือปฏิรูปพรรคการเมือง ปฏิรูปการเลือกตั้ง ปฏิรูปการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ปฏิรูปองค์กรอิสระ
จากนั้นได้มีการเปิดให้อภิปราย นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิก สปท. กล่าวว่า เห็นด้วยกับความเห็นที่ว่าถ้าประเทศชาติยังไม่มีความพร้อม ก็ไม่ควรที่จะให้มีการเลือกตั้ง ไม่อย่างนั้นจะทำให้ประเทศชาติกลับมายังวังวนปัญหาเดิม เนื่องจากจุดประสงค์ของการเลือกตั้งนั้น ก็คือต้องการคนดีเข้ามาทำหน้าที่ในรัฐสภา ที่ผ่านมาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้พยายามแตะในเรื่องของการเลือกตั้ง ก็ได้รับเสียงคัดค้านจากนักการเมืองเยอะ เนื่องจากพวกเขาเสียผลประโยชน์ ส่วนการทำหน้าที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ผ่านมา ก็ล้มเหลว ต้องถามว่าสามารถจับการทุจริตการเลือกตั้งได้กี่ครั้ง อีกทั้งยังไม่เคยดำเนินการด้วยตนเอง และการตรวจสอบก็ทำได้เพียงทำตามคำร้องเรียนของคนที่แพ้การเลือกตั้ง ดังนั้น กกต. จึงจำเป็นจะต้องทบทวนบทบาทของตัวเอง ตนเห็นด้วยที่จะยึดอำนาจตุลาการคืนมา
ด้านนายสมพงษ์ สระกวี สมาชิกสปท. กล่าวว่าตนมีความหนักใจยามที่เพื่อนนักการเมือง ซึ่งผ่านสนามเลือกตั้งมาแล้วอ้างว่า การเมืองไทยยังคงมีปัญหาเรื่องของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ซึ่งส่วนตัวมองว่า พัฒนาของการเมืองไทยได้เลยจุดนั้นมาแล้ว อย่างกรณีภาคใต้ที่พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งตลอด จนมีวาทกรรมที่ว่าส่งเสาโทรเลขก็ชนะ แสดงว่าไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงใช่หรือไม่ แล้วการที่ไปกล่าวว่าภาคอีสาน มีคนจนเยอะจนทำให้มีโอกาสซื้อสิทธิ์ขายเสียงสูง ตนจึงอยากให้อ้างเรื่องนี้ให้น้อยลงหน่อย
นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ประชาชนมีการตื่นตัวทางการเมือง สภาพแวดล้อมได้เปลี่ยนไป ชนชั้นล่างได้เรียกร้องหาความเสมอภาค ต้องการประชาธิปไตยที่กินได้สำหรับพวกเขา และการที่สวนดุสิตโพลระบุว่าประชาชนเห็นด้วยที่จะปิดประเทศ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ก็ขอให้คณณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ร่างมาตรา 3 ใหม่ว่า ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบอะไรก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องอย่าลืมว่าประเทศไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว ตนหวังว่า สปท. จะสืบทอดงานจาก สปช. เพื่อปประโยชน์ของการปฏิรูป โดยจะต้องสอดคล้องกับความเป็นจริง ไม่ใช่ยึดหลักตามวาทกรรม
การอภิปรายดังกล่าวทำให้นายวิทยา ต้องลุกขึ้นขอใช้สิทธิชี้แจง โดยกล่าวว่าตนถูกพาดพิง แและขอชี้แจงว่าตนไม่ได้กล่าวหาคนภาคอีสาน ใครที่ไม่ได้ซื้อสิทธิ์ขายเสียงก็ไม่จำเป็นต้องกินปูนร้อนท้อง ตนไม่เคยกลัว หากไม่มีปัญหาดังกล่าวจริง ตนขอท้าให้มีการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ก็ยังได้ ทั้งนี้อยากจะลองเสนอให้ คสช. เปิดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นดูสักที่ แล้ว สปท. ก็ลงไปดูเลยว่า มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจริงหรือไม่ ถ้ามีอยู่ ก็แสดงว่าสังคมเรายังไม่พร้อม แล้วเลิกอ้างคำว่าประชาธิปไตยกินได้เสียที
ทั้งนี้นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสปท. กล่าวว่าในระยะไม่เกิน 20 เดือน หากสปท. สามารถปฏิรูปการเมืองได้ เรื่องอื่นๆก็จะดีขึ้นตาม ทั้งนี้จะต้องมีกลไกที่ห้ามให้คนที่เคยทำการทุจริตกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงต้องปฏิรูปการทำงานของ กกต. ที่จะต้องมำงานเชิงรุกให้ถึงพริกถึงขิงมากขึ้น เพราะที่ผ่านมายังทำหน้าที่ไม่เข้มข้นเท่าที่ควร อีกทั้งในระยะปีเศษๆนี้จะต้องมีการรณรงค์ให้ต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ให้เข้มข้นเหมือนกับแคมเปญ ให้เหล้าเท่ากับแช่ง ตนเข้าใจว่าทุกคนมีความเข้าใจในเรื่องปฏิรูปดังกล่าว แต่ยังไม่มีใครเริ่มอย่างจริงจัง ซึ่งตนหวังว่า สปท. จะทำได้ ไม่ใช่นั้น คนรุ่นหลังก็จะกลับมาในวังวนของการรัฐประหารอีก
ภายหลังที่มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง น.ส.วลัยรัตน์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าจะนำความเห็นของสมาชิก ทั้งที่เป็นเอกสารและการอภิปรายเรื่องการปฏิรูปการเมือง ให้กับคณะกรรมาธิการปฏิรูปปการเมือง เพื่อเป็นเประโยชน์ในการขับเคลื่อนการปฏิรูป จากนั้นได้สั่งปิดประชุมในเวลา 16.20 น.





