กรธ.เปิดปฏิทินลงพื้นที่ 4 ภาครับฟังความเห็นปชช. "ชาติชาย" เผยส่งร่างถึงมือพรรคการเมือง-สื่อปลายเดือนธ.ค.
นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการลงพื้นที่รับฟังความเห็นของประชาชน ว่า เบื้องต้นในเดือนพ.ย.-ธ.ค.กำหนดลงพื้นที่ไว้ 4 ภาค เริ่มจากภาคเหนือวันที่19-20พ.ย.โดยจะให้ส่งตัวแทนจังหวัดละ10คนจากทั้งหมด17จังหวัด โดยจะใช้จังหวัดเชียงราย เป็นศูนย์กลาง จากนั้นจะลงพื้นที่ภาคใต้ ที่อ. หาดใหญ่ ในวันที่27-28พ.ย.และภาคอีสานวันที่19-20ธ.ค.ที่จ.อุบลราชธานี และในวันที่ 27-28ธ.ค.ที่กทม. ซึ่งจะจัดที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ซึ่งคาดว่าร่างรัฐธรรมนูญน่าจะเสร็จภายในเดือนธ.ค.จากนั้นจะแจกให้พรรคการเมือง ส่วนราชการต่างๆ และสื่อมวลชน เพราะฉะนั้นในเดือน ม.ค.-มี.ค.กรธ.จะลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนบ่อยขึ้น ดังนั้นในช่วงนี้จึงพยายามให้ทางมหาวิทยาลัยอุบล มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งกลุ่มพูดคุยกับกลุ่มแกนต่าง ๆนำโดยเฉพาะกลุ่มเอ็นจีโอ หรือสภาองค์กรชุมชนต่างๆ เพื่อประมวลความคิดเห็นก่อนที่จะส่งให้กรธ.เพราะเวทีที่กรธ.จัดขึ้นตามจังหวัดตัวแทนชาวบ้านจริงๆไม่ได้เข้าร่วมแสดงความเห็น จึงต้องอาศัยกลุ่มนักศึกษาและกลุ่มเอ็นจีโอช่วย ซึ่งเป็นสิ่งที่กรธ.พยายามที่จะจัดเวที
นายชาติชาย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากรธ.ได้แจ้งไปยังทุกส่วนราชการ โรงเรียน มหาวิทยาลัย และหอการค้า เพื่อขอให้ส่งความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่ได้ส่งความเห็นกลับ ซึ่งในสัปดาห์หน้พรรคประชาธิปัตย์ และกปปส.จะส่งความเห็นมายังกรธ.รวมถึงนายกรณ์ จาติกวานิช อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ จะส่งความเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งในนามส่วนตัว ดังนั้นกรธ.อยากจะได้ความคิดเห็นจริง ๆ เพราะหนักใจมาก ถ้าหากได้ข้อมูลมาไม่มากพอก็ไม่สามารถประมวลและอธิบายให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่าทำไมถึงร่างรัฐธรรมนูญออกแบบอย่างนี้ และจะมองแค่เพียงในบางเรื่องเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น คนที่เกี่ยวข้องกับการเมืองก็จะดูในบางมาตรา บางเรื่องว่าตรงใจเขาหรือไม่ ถ้าไม่ตรงใจก็จะไม่รับ ทั้งที่รัฐธรรมนูญมี200กว่ามาตรา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะมองว่าจะยุบหรือไม่ และอดีต ส.ส.ก็มองว่าจะเขียนกีดกั้นไม่ให้ลงเลือกหรือไม่ แต่เรื่องอื่นไม่ดู รวมทั้งบทบาทของสตรี ว่าจะเขียนอย่างไรแค่นั้น
"รัฐธรรมนูญจะไปมองเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้ ต้องมองภาพรวม ถ้าดี80เปอร์เซ็นต์ก็ควรจะยอมรับ จะให้ถูกใจทุกคนก็คงเป็นไปไม่ได้ ซึ่งตรงนี้กรธ.หนักใจ เพราะฉะนั้นถ้าหากเรารับฟังความเห็นให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องที่เห็นไม่ตรงกัน เราก็จะนำมาประมวล เพื่อหาทางออกให้ แต่ถ้าไม่มาบอกแล้วนั่งฝันเอาเอง แล้วคิดว่าอยากให้เป็นอย่างนั้น อย่างนี้ พอเราเขียนไปแบบนั้นก็บอกว่าไม่เห็นด้วย ถือว่าไม่ยุติธรรมกับกรธ."นายชาติชาย กล่าว
เมื่อถามว่านายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ระบุว่าระบบเลือกตั้งแบบ แบ่งสันปันส่วน ทำให้ผู้แพ้เลือกตั้งเป็นผู้ชนะนั้น นายชาติชาย กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น เป็นการพูดให้เป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งระบบนี้ในประเทศออสเตรเลีย ประเทศเยอรมัน บางรัฐใช้ระบบนี้ ระบบดังกล่าวทุกคะแนนทำให้ทุกคนสามารถมีผู้แทนของตัวเองได้ จึงใช้วิธีเลือกเขตก่อน เมื่อพรรคใดได้ส.ส.เขตแล้วคะแนนที่ได้ในลำดับ1ลำดับ2จะนำมารวมไว้ในผังคะแนนความนิยมของพรรค เมื่อนำมารวมหมดก็จะนำมาเกลี่ยเป็นสัดส่วน เพื่อให้ได้จำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งพรรคใหญ่จะถูกลดทอนที่นั่งน้อยมาก พรรคที่ได้รับความนิยมมากจะได้ที่นั่งเยอะ แต่ระบบนี้จะดีตรงที่พรรคเล็กจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะที่ผ่านมาส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ต้องทำงาน เราจึงคิดว่าเป็นการดีที่จะใช้ระบบนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป





