วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชป.ข้องใจขสมก. ไม่กล้าซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน

"สามารถ"ข้องใจ"ขสมก." ไม่กล้าเซ็นสัญญาซื้อรถเมล์เอ็นจีวีปรับอากาศ 489 คัน ปล่อยคนกรุงใช้รถเมล์ที่ชำรุดทรุดโทรม เหตุอายุการใช้งานนานกว่า 20 ป

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ตัดสินให้ กิจการร่วมค้า เจวีซีซี เป็นผู้ชนะการประมูลจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศNGVจำนวน489คัน ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่27พฤษภาคม2558แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีการเซ็นสัญญา หลังจากการตัดสินของ ขสมก. ทำให้บริษัทที่แพ้การประมูลคือ บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ได้ร้องต่อศาลปกครอง และศาลอาญาว่าการประมูลไม่เป็นธรรม แต่ทั้งสองศาลก็ยกคำร้อง อย่างไรก็ตาม บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ไม่ละความพยายามโดยได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (กวพ.อ.) และร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อคณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางบกและทางราง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 

นายสามารถ กล่าวว่า ข้ออุทธรณ์และข้อร้องเรียนหลักๆ ของบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด มีดังนี้1.เอกสารรับรองISOของโรงงานที่จะใช้ประกอบรถของ กิจการร่วมค้า เจวีซีซี หมดอายุแล้ว ณ วันยื่นเอกสาร 2.เอกสารแสดงผลงานเคยขายรถยนต์โดยสารปรับอากาศNGVขนาดความยาว12เมตร ไม่น่าเชื่อถือ 3.ไม่มีเอกสารแสดงผลงานการซ่อมบำรุงรถโดยสารใช้เครื่องยนต์NGV 4.มีการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงเอกสารรายละเอียดแผนการซ่อมบำรุงรักษาหลายครั้งในระหว่างการเจรจาค่าซ่อมซึ่งเอกสารทั้ง4รายการดังกล่าวข้างต้น ถือเป็นเอกสารหลักที่ใช้ในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้เข้ายื่นเสนอราคาตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง (Terms of ReferenceหรือTOR)หากผู้ยื่นเสนอราคาขาดเอกสารรายการใดรายการหนึ่งถือว่ามีคุณสมบัติไม่ครบ ไม่สามารถเข้าประมูลได้ 

นายสามารถ กล่าวว่า กวพ.อ.ได้แจ้งผลการพิจารณาคำอุทธรณ์กลับไปยัง บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่30กันยายน2558สรุป ดังนี้ 1.การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงเอกสารระหว่างการเจรจาค่าซ่อมนั้น เป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งเป็นขั้นตอนแยกต่างหาก ไม่อยู่ในอำนาจของ กวพ.อ. 2.กรณีเอกสารที่ไม่ถูกต้องเป็นดุลยพินิจของกรรมการประกวดราคาของ ขสมก. ไม่เกี่ยวกับ กวพ.อ.โดยสรุป ความเห็นของ กวพ.อ. ก็คือ การประกวดราคาเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2549ทุกประการ 

นายสามารถ กล่าวว่า ส่วนคณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางบกและทางราง สนช. ได้รายงานผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียนไปยังกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่13ตุลาคม2558ว่า1.เรื่องเอกสารรับรองISOหมดอายุระหว่างการยื่นเสนอราคาไม่ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะได้รับการต่ออายุในภายหลัง 2.ประเด็นคุณสมบัติของผู้เสนอราคาที่เคยขายรถโดยสารเพียง1คัน และไม่มีการ ตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้งานของรถคันดังกล่าวนั้น แม้ ขสมก. ได้ชี้แจงว่ามีการประกันสัญญา แต่การประกันสัญญาก็ไม่ได้เป็นหลักประกันคุณภาพรถได้ หากไม่มีการตรวจสอบประสิทธิภาพรถที่จะซื้อนั้นให้ชัดเจนเชื่อถือได้3.ประเด็นคุณสมบัติทางด้านการซ่อมบำรุงรักษา พบว่าเอกสารที่ใช้ยื่นเป็นเอกสารที่กรมการขนส่งทางบกรับรองให้ติดตั้งเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติและส่วนควบเท่านั้น ไม่ใช่เอกสารแสดงผลงานการซ่อมบำรุงรักษาแต่อย่างใด ดังนั้น คณะอนุกรรมาธิการฯ จึงมีความเห็นว่า ขสมก. ควรพิจารณาทบทวนคุณสมบัติการซ่อมบำรุงรักษาของกิจการร่วมค้า เจวีซีซี 

"จากรายงานผลการพิจารณาของสองหน่วยงานดังกล่าวข้างต้น ขสมก. น่าจะมีข้อมูลเพียงพอที่จะพิจารณาว่าควรจะเซ็นสัญญาซื้อรถเมล์NGVปรับอากาศจำนวน489คันหรือไม่ เป็นเพราะเหตุใด ขสมก.จึงไม่กล้าเซ็นสัญญา ปล่อยให้คนกรุงต้องทนใช้รถเมล์ที่ชำรุดทรุดโทรม เนื่องจากมีอายุการใช้งานนานกว่า20ปี เรื่องนี้เห็นทีจะต้องตามติดอย่างไม่กะพริบตา" นายสามารถ กล่าว