วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลเลื่อนตรวจหลักฐาน คดีสลายการชุมนุมพันธมิตรฯ

ศาลฎีกานักการเมือง เลื่อนตรวจหลักฐานคดี"อดีตนายกฯ สมชาย–พล.อ.ชวลิต–พล.ต.อ.พัชรวาท-พล.ต.ท.สุชาติ" ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ สลายม็อบพันธมิตรฯ ปี 51

นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง ประธานแผนกคดีเลือกตั้ง เจ้าของสำนวน หมายเลขดำ อม.2/2558 และผู้พิพากษาองค์คณะ รวม 9 คน นัดตรวจพยานหลักฐานคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบการสลายม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี , พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี , พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. และพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น.เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550มาตรา 295 และ 302 จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 รัฐบาลนายสมชาย ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ปิดล้อมทางเข้ารัฐสภา กระทั่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 471 ราย

โดยก่อนเริ่มกระบวนพิจารณา องค์คณะฯ ได้แจ้งให้คู่ความทราบว่า นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ได้ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา จึงถอนตัวจากการเป็นองค์คณะผู้พิพากษาในคดีนี้ ขณะที่นายศิริชัย วัฒนโยธิน ผู้พิพากษาองค์คณะ ได้ไปดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ และน.ส.เพลินจิต ตั้งพูลสกุล ผู้พิพากษาองค์คณะ ได้ไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ จึงทำให้องค์คณะผู้พิพากษาทั้งสาม พ้นหน้าที่จากการเป็นองค์คณะผู้พิพากษา ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้เลือกนายโสภณ โรจน์อนนท์ , นายพิศล พิรุณ และนายนิพนธ์ ใจสำราญ เป็นองค์คณะผู้พิพากษาแทน ซึ่งคู่ความไม่ติดใจคัดค้าน 

จากนั้นในการตรวจพยานหลักฐาน ทนายความของ ป.ป.ช. โจทก์ และทนายความจำเลยทั้งสี่ อ้างพยานบุคคลหลายปาก และพยานเอกสารในการไต่สวนเป็นจำนวนมาก โดย ป.ป.ช. โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยาน 176 อันดับ ส่วนจำเลยทั้งสี่ ยื่นบัญชีระบุพยานรวม 667 อันดับ จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการตรวจพยานหลักฐานได้เสร็จภายในกำหนดนัด ดังนั้นคู่ความจึงขอเลื่อนการตรวจพยานหลักฐานออกไปอีกนัด 

ศาลพิเคราะห์แล้ว จึงเห็นควรให้นัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐานอีกครั้ง ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. โดยกำชับให้ตรวจพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดนัด และจะไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีเพราะเหตุเดียวกันนี้อีก 

นายสมชาย เปิดเผยว่า มั่นใจในความบริสุทธิ์ ซึ่งน่าจะอ้างหลักฐานที่มีอยู่มาสนับสนุน โดยเบื้องต้น จำเลยทั้งสี่ มีพยานรวมแล้วประมาณ 600 ปาก อย่างไรก็ตามพร้อมปฏิบัติตามกระบวนยุติธรรมและให้ความร่วมมือกับศาลในทุกขั้นตอน

เมื่อถามถึงระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ นายสมชาย อดีตนายกฯ กล่าวว่า ตนไม่คิดลงเลือกตั้งแล้ว แต่เห็นว่าแนวคิดใหม่ ที่จะให้นำคะแนนเลือกตั้งของผู้สมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ไปนับเป็นคะแนนในสัดส่วน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกัน เพราะจะหมายความว่าประชาชนไม่ได้เลือกพรรคการเมืองอย่างแท้จริง ซึ่งตนเห็นว่าใช้วิธีการเลือกตั้งแบบเดิมจะดีกว่า

ส่วนกรณีที่มีกลุ่มประชาชนนัดสวมเสื้อสีแดงในวันที่ 1 พ.ย.นี้ เพื่อให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมชาย อดีตนายกฯ กล่าวว่า ตนไม่รู้เรื่อง ส่วนตัวให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทุกวันอยู่แล้ว

"อยากให้ประชาชนทำตามกฎหมายบ้านเมืองอย่างเหมาะสม อะไรที่เห็นว่าไม่ถูกต้องก็ใช้ช่องทางตามกฎหมายดำเนินการ อย่าทำอะไรนอกเหนือกติกา" นายสมชาย กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับฝ่ายป.ป.ช. โจทก์ ก่อนหน้านี้ได้จัดเตรียมพยานบุคคลเข้าไต่สวน 66 ปาก แต่เมื่อมีการตรวจประเด็นแล้ว ขณะนี้คงมีพยานที่จะเสนอให้ไต่สวนประมาณ 20 ปาก โดยมีพยานเอกสาร 7 แฟ้มใหญ่