ปปง.มีมติสอบธุรกรรมการเงินเครือข่าย"หมอหยอง" ประสานสถาบันการเงินตรวจเส้นทางเงินย้อนหลังถึงปี57 เตือนเครือญาติส่งคืนทรัพย์สินก่อนถูกดำเนินคดี
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง.แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมว่า มีมติให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายพ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภากับพวก ตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจส่งเรื่องให้ปปง.ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินและรายงานข้อเท็จจริงในการปฏิบัติตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน. เนื่องจากมีการกระทำเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามมาตรา3 (5)ของพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าพ.ต.ต.ปรากรมกับพวกอาจได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
"จากการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่าพ.ต.ต.ปรากรม กับพวกมีพฤติการณ์ร่วมกันอันเชิญการ์ดทรงขอบคุณผู้มีส่วนร่วมในกิจกรรมไบค์ฟอร์มัม(bike for mom)ไปมอบให้กับบุคคลต่างๆโดยแสดงให้ปรากฏทางคำพูดปละการกระทำในเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นผู้แทนพระองค์ทั้งที่ไม่เป็นความจริง โดยผู้ต้องหาไม่ได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่เกี่ยวข้องกับการอัญเชิญการ์ดทรงขอบคุณแต่ร่วมกับผู้ต้องหารายอื่นกระทำการเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีตำแหน่งหน้าที่นั้นเพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายจึงมีพฤติการณ์เป็นเจ้าพนักงานรัฐปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหน้าที่นั้นเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น" เลขาธิการปปง.กล่าว
เลขาธิการปปง.กล่าวต่อว่า เบื้องต้นปปง.ตรวจสอบรายงานการทำธุรกรรมพบข้อมูลการรายงานการทำธุรกรรมของพ.ต.ต.ปรากรมกับพวกรวม8คนเป็นธุรกรรมเงินสดและธุรกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สิน โดยเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรรายงานจำนวน148ธุรกรรม ตรวจสอบข้อมูลการถือครองยานพาหนะปรากฏข้อมูลของการถือครองยานพาหนะจำนวน20รายการได้แก่รถยนต์12คันและรถจักรยานยนต์8คันโดยในจำนวนผู้เกี่ยวข้องรวม8คนประกอบด้วย พ.ต.ต.ปรากรมนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์หรือหมอหยองและนายจิรวงศ์วัฒนเทวาศิลป์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวส่วนอีก5คน เป็นเครือญาติหรือผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนได้รับผลประโยชน์ซึ่งในกลุ่ม8คนที่ปปง.ตรวจสอบมีเพียงพ.ต.ต.ปรากรมที่เป็นตำรวจนอกนั้นเป็นพลเรือน หลังจากปปง.มีมติรับตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้วจะมีการประสานไปยังสถาบันการเงินเพื่อขอตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางบัญชีการเงินโดยปปง.จะขอตรวจสอบในช่วงเดือนม.ค.2557-ต.ค. 2558
เลขาธิการปปง.กล่าวอีกว่า สำหรับข้อมูลที่พบความเคลื่อนไหวทางการเงินจำนวน148รายการนั้น เป็นข้อมูลที่พบว่ามีการโอนเงินไปมาระหว่างกันโดยการโอนแต่ละครั้งมีตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านโอนมากสุดประมาณ4 -5ล้านบาทแต่ไม่เคยเกิน 10 ล้านบาท จากการตรวจสอบขณะนี้ยังพบการหมุนเวียนของเงินเพียงหลักหลายสิบล้านบาทเท่านั้นต้องรอตรวจสอบข้อมูลจากสถาบันการเงินหลังจากนี้อีกครั้ง จึงจะเห็นภาพความเชื่อมโยงที่ชัดเจนและสามารถระบุถึงตัวบุคคลได้ ทั้งนี้ในส่วนของบุคคลอื่นจำนวน5คนที่ ไม่ใช่กลุ่มผู้ต้องหาแต่พบว่ามีการโอนเงินระหว่างกันนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่นามสกุลเดียวกัน ขณะนี้ยังไม่ถูกดำเนินคดีดังนั้นปปง.จึงยังไม่ระบุตัวตนเพราะอาจกระทบกับบุคคลภายนอกอย่างไรก็ตามปปง.จะต้องเรียกตัวบุคคลเหล่านี้เข้าให้ปากคำเพื่อชี้แจงที่มาการรับเงิน ซึ่งกรณีที่เครือญาติหรือผู้เกี่ยวข้องสงสัยว่าทรัพย์ที่ได้มาอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดสามารถติดต่อเพื่อขอคืนทรัพย์ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจได้ เพราะหากภายหลังปปง.ตรวจสอบพบจะต้องถูกยึดและอายัดตามกฎหมาย
"ขณะนี้ปปง.ยังไม่ใช้อำนาจเข้าไปยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมจากที่ตำรวจดำเนินการไปก่อนหน้านี้แต่หลังจากนี้ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินจากข้อมูลของสถาบันการเงินว่าเงินที่โอนมานั้นเป็นเงินที่โอนจากการทำธุรกิจอื่นหรือไม่ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรเนื่องจากต้องตรวจสอบย้อนหลังไปถึงต้นปี2557สำหรับคนที่เป็นผู้โอนเงินไปจ่ายค่าเข็มกลัด เชื่อว่าไม่มีเจตนาร่วมกระทำผิดแต่โอนเพราะเชื่อเป็นผู้แทนพระองค์" เลขาธิการปปง.กล่าว





