วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประวิตร'เผยอียู พอใจแก้ปัญหาประมงไทย

"ประวิตร"เผยอียู พอใจแก้ปัญหาประมงไทย ติดใจเรื่องค้ามนุษย์ ให้เวลา 3 เดือน พร้อมส่งพ.ร.ก.ประมง-แผนบริหารจัดการ –แผนปฏิบัติการระดับชาติ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจพิเศษ และการประชุมคณะกรรมการการขับเคลื่อนการ แก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม(ไอยูยู) ว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าเดินไปมากแล้ว ภายหลังจากที่คณะกรรมการสหภาพยุโรป หรือ อียู ได้เดินทางมาตรวจสอบการแก้ไขปัญหาการทำประมงของไทย ซึ่งทุกอย่างดีขึ้น แต่ติดปัญหาการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานในทะเล และความเป็นอยู่ของแรงงานในทะเล โดย 2 เรื่องนี้ทางอียูให้ความสนใจมาก และเราเองก็ยังทำไม่ผ่าน เพราะแรงงานประมงพวกนี้เป็นแรงงานต่างด้าว และอาศัยอยู่บนเรือที่ไม่ทราบว่าเป็นเรือของใคร

แต่ติดธงชาติไทย และเป็นเรือประมงที่มีขนาดใหญ่ มีน้ำหนักเกินกว่า 60 ตันกรอส ไปอยู่ในน่านน้ำสากล หรืออยู่ในน่านน้ำเฉพาะประเทศ เป็นต้นพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรือดังกล่าวจะออกไปทำงานและไม่กลับ อยู่ในกลางทะเลเป็นระยะเวลา 2-3 ปี และเราต้องเร่งดำเนินการในการเช็คและตรวจสอบเรือเหล่านี้ เพราะเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของสากล ซึ่งเราก็ไม่เคยทำมาเลย ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งรัดในการดำเนินการ แต่ในเรื่องการทำประมงผิดกฎหมายชัดเจนขึ้น ซึ่งทางคณะกรรมการอียูได้เห็นถึงความตั้งใจของไทยที่จะทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น แต่จะได้ใบเหลือง หรือ ใบแดง ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ แต่ทางอียู จะให้เวลาอีก3 เดือนในการแก้ไขปัญหาเรื่องพวกนี้ให้เรียบร้อย โดยจะทราบผลปลายเดือน ธันวาคม นี้ 

เมื่อถามว่า มีการออกกฎหมายเป็นพระราชกำหนดด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย มีมติส่ง 1.ร่าง พ.ร.ก.การทำประมง 2.แผนบริหารจัดการเรื่องทำประมง 3.แผนปฏิบัติงานระดับชาติ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่สหภาพยุโรปกำหนดไว้ โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในสัปดาห์หน้า ส่วนเรื่องที่คณะกรรมการขับเคลื่อนฯที่ต้องเร่งดำเนินการทันที โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบคือ 1.การพัฒนาระบบติดตามควบคุมเฝ้าระวัง การตรวจสอบย้อนกลับ 2.การปราบปรามการค้ามนุษย์ในเรือประมงอย่างจริงจัง 3. การปรับสถานะแรงงานต่างด้าวในเรือประมงให้ถูกกฎหมาย

4.การติดตามควบคุมเรือประมง โดยเฉพาะเรือตั้งแต่ 60 ตันกรอส ขึ้นไป 5.การตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ ซึ่งมีการใช้แรงงานผิดกฎหมาย ค้ามนุษย์อยู่ 6.การใช้มาตรการการลงโทษทางกฎหมายอย่างจริงจัง สำหรับผู้ปฏิบัติไม่ถูกต้อง 7.ความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาไอยูยูอย่างเป็นระบบ 

พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า ผลการปฏิบัติจะเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงเดือนธันวาคมนี้ เพื่อให้ทันกับเวลาที่ทางอียูได้ให้ไว้ ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะทำให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญและให้ความจริงจังในการแก้ไขปัญหามากขึ้น และต้องการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนในประเทศและต่างประเทศในความตั้งใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับภาคเอกชนเป็นหลักเพราะที่ทำผิดกฎหมายกันมาทั้งหมดอยู่ในภาคเอกชนโดยเฉพาะอุตสาหกรรมประมงทั้งนั้น 

"ในเรื่องการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมายเราทำได้มาก และทางอียูก็มีความพอใจว่า เราตั้งใจทำจริง ในเรื่องการปฏิบัติ ซึ่งในด้านเอกสารเราผ่านแล้ว เพียงแต่อียูจะติดตามเราทำจริงหรือไม่ ตามกฎหมายที่เราออกเป็นเอกสาร ส่วนตัวผมมั่นใจว่าจะหลุดจากใบเหลือง แต่คนตรวจมีความมั่นใจหรือไม่ ที่ผ่านมาเราเชื่อว่าทำดีขึ้นแน่นอน เพียงแต่จะดีพอจนเขาพอใจหรือไม่ ก็เท่านั้น เพราะมีหลายเรื่องที่เข้ามาเกี่ยวข้อง รวมทั้งเรื่องการเมืองด้วย" พล.อ.ประวิตร กล่าว