"วิษณุ" เผยจ่อตั้ง "วิปกลาง" ร่วมผลักดัน งานแม่น้ำ 5 สาย แนะสปท. หากต้องออกกฎหมายเพื่อเร่งปฏิรูป ให้บอกรัฐบาล จะอำนวยความสะดวกให้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภาพรวมการประชุมแม่น้ำ 5 สาย ว่าการประชุมในวันนี้เชื่อว่าจะทำให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ที่หลายคนเป็นหน้าใหม่เกิดความเข้าใจสิ่งนายกฯต้องการถ่ายทอดออกไป และรับรู้แนวทางในการทำงาน ซึ่งก่อนหน้านั้นนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประสานพูดคุยกับสมาชิกส่วนนี้ไว้แล้วถึงสิ่งที่นายกฯจะชี้แจง ขณะที่แม่น้ำ 3 สายคือ สนช. ครม. คสช. นั้นคิดว่าเข้าใจอยู่แล้ว
นายวิษณุ กล่าวว่า หลังจากการประชุมในวันนี้ สปท. สนช.และกรธ.ต้องออกไปพบประชาชน เพื่อรับทราบความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และแนวทางที่เกี่ยวกับการปฏิรูป การออกกฎหมายลูก รวมทั้งกฎหมายอื่นที่ไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ โดยจะให้เกาะกลุ่มดำเนินการไปด้วยกัน รัฐบาลก็พร้อมจะส่งข้าราชการเข้าไปร่วมทีมด้วย เบื้องต้นจะให้ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีในแต่ละเขตเป็นตัวแทนรัฐบาลในระหว่างที่กรธ.สปท. และสนช. ลงพื้นที่นั้นๆ ทั้งนี้ หากเรื่องที่จะไปพูดทำความเข้าใจเฉพาะด้านกับประชาชนที่มีความซับซ้อน รัฐบาลอาจจะส่งบุคคลระดับรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ร่วมคณะไปด้วย และตนอาจจะต้องเดินทางไปเองด้วยเช่นกัน ส่วนการประสานงานเรื่องอื่นยังมีอีกหลายวิธี เช่น การตั้งวิปร่วมเพื่อเป็นวิปกลางอีกหนึ่งชุด โดยให้มีตัวแทนจากฝ่ายต่างๆเพื่อประสานงานร่วมกัน โดยฝ่ายรัฐบาลนั้นมีนายสุวพันธุ์ เป็นประธาน และมีส่วนหนึ่งจากสปท.และสนช. เพิ่มจากเดิมที่ต่างฝ่ายต่างมีวิปของตัวเองอยู่แล้ว เพื่อช่วยกันผลักดันให้เรื่องต่างๆเดินหน้าไปได้
นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับข้อติดขัดและอุปสรรคในกรทำงานของสปท.ที่จะเสนอเรื่องต่างๆ เช่น ออกกฎหมาย ที่ไม่สามารถทำเองได้เหมือนสนช. จึงตกลงกันว่าเมื่อสปท.จะร่างกฎหมายอะไรก็ให้ยกร่างให้แล้วเสร็จ แต่ถ้าร่างไม่เสร็จให้บอกรัฐบาลเพื่อส่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปช่วยร่าง จากนั้นเมื่อได้ร่างเป็นกฎหมายแล้วหากเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อให้การปฏิรูปจบเร็ว ให้บอกมาที่รัฐบาลเพื่อที่รัฐบาลจะเสนอเข้าสนช.ให้เป็นเรื่องด่วน หรือออกเป็นพระราชกำหนด เหมือนกับที่เคยออกเรื่องของการบินพลเรือน หรือไอเคโอ 3 ฉบับ หากด่วนและจำเป็นที่สุดอาจจะใช้มาตรา 44 เพื่อดำเนินการสั่งการได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อเป็นช่องทางประสานงานและทำให้ข้อเสนอของสปท.เกิดเป็นผลได้ โดยเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญ ยกเว้นขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นบางเรื่องที่อาจจะเกาะกลุ่มไปด้วย





