วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไพบูลย์'คาดธ.ค.59 ประกาศใช้'One Map'

"พล.อ.ไพบูลย์"เร่งโครงการบูรณาการแผนที่ คาดธ.ค.59 ประกาศใช้ "OneMap"ทั่วประเทศ ตั้งเป้าผืนป่าต้องเหลือไม่น้อยกว่า 40%

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าการประชุมแนวทางปรับปรุงแผนที่แนวเขตป่าไม้และที่ดินรัฐแบบบูรณาการ ( One Map) เพื่อใช้แผนที่ป่าฉบับเดียวกันทั้งประเทศว่า ขณะนี้กรอบการทำงานอยู่ระหว่างเดินหน้าตั้งแต่ละระดับพื้นที่ โดยมีการตั้งอนุกรรมการ 5 กลุ่มขึ้นมารับผิดชอบ คือ อนุกรรมการฝ่ายปฏิบัติการ ประกอบด้วย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ภาค 1-4 อนุกรรมการระดับจังหวัด อนุกรรมการกทม. อนุกรรมการระดับวางแผนด้านเทคนิคและการจัดทำที่ดิน ซึ่งอยู่ในกลุ่มหน่วยงานที่มีที่ดินทั้งกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และอนุกรรมการขับเคลื่อนงาน ซึ่งทั้งหมดต้องบูรณาการร่วมกันในการกำกับดูแลที่ดินซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์และใช้ประโยชน์ โดยกรอบการทำงานกำหนดไว้ 5 ระยะ ดังนั้น แผนที่ฉบับใหม่จะแล้วเสร็จในเดือนธ.ค.ปี 2559 จากนั้นต้องใช้เวลาในการแก้ไขกฎหมายแนบท้ายจากเดิมให้สอดคล้องกับแผนที่ฉบับใหม่ก่อนประกาศใช้ให้เหมือนกันทั้งประเทศ 

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ที่ดินที่อยู่ในการกำกับดูแลของรัฐไม่น่าเป็นห่วง แต่ที่ต้องกังวลคือพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเขตป่าอนุรักษ์กับพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งต้องพิสูจน์ให้ชัดว่ามีการประกาศทับที่ทำกินของชาวบ้านจริงหรือไม่ ซึ่งนายกฯกำชับการจัดทำแนวเขตใหม่ไม่ควรส่งผลกระทบกับประชาชน หรือให้เดือดร้อนน้อยที่สุด ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งตกใจว่ารัฐจะเอาที่ดินคืนหรืออย่างไร หากพิสูจน์สิทธิ์ได้ก็สามารถอยู่ต่อได้ แต่หากพิสูจน์ไม่ได้รัฐก็มีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ปัญหาดังกล่าวให้ประชาชน

โดยเฉพาะปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ซึ่งจะพิจารณาไปตามข้อเท็จจริงหากได้ที่ดินมาโดยชอบก็ต้องได้รับการดูแลจากรัฐ. แต่ถ้าเข้าไปบุกรุกครอบครองป่าก็ต้องถูกดำเนินการ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญที่สุดคือการเข้าไปใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ เชื่อว่าแผนที่ฉบับใหม่จะช่วยลดความขัดแย้งในการจัดสรรที่ดินทำกินและการบุกรุกที่ดินรัฐ เพราะหลังจากนี้จะมีการแบ่งแยกอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ใดเป็นของรัฐ คณะทำงานตั้งเป้าหมายต้องกันพื้นที่ป่าให้ได้ไม่น้อยกว่า 40 % ขณะนี้กรมที่ดินพร้อมสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินทั้งหมดให้กับคณะทำงานเพื่อจัดทำแผนที่ฉบับใหม่ 

สำหรับข้อมูลพื้นที่ป่าทั้งประเทศมี 321 ล้านไร่ แบ่งเป็นอุทยานแห่งชาติ 138 แห่ง เนื้อที่ 46 ล้านไร่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 59 แห่ง เนื้อที่ 23 ล้านไร่ ป่าสงวนแห่งชาติ 1,221 ป่า เนื้อที่ 144 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 66.35 ของพื้นที่ อย่างไรก็ตามในจำนวนนี้เป็นสัดส่วนยังไม่ได้หักจากเนื้อที่ต่อมามีการประกาศพื้นที่ป่าทับซ้อนกัน ดังนั้น หากสำรวจพื้นที่ที่มีสภาพเป็นป่าจริง ประเทศไทยจะเหลือพื้นที่ป่าประมาณ 32% เท่านั้น