วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สดศรี'เชื่อแนวคิดเลือกตั้งระบบใหม่ตัดตอนพรรคใหญ่

"สดศรี" เชื่อ แนวคิดกรธ. ออกแบบเลือกตั้งส.ส.ระบบใหม่ ตัดตอนพรรคการเมืองใหญ่ ฟันธงเลือกตั้งครั้งหน้าเกิดรัฐบาลผสมกว่า 10 พรรค

นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกกต.ด้านพรรคการเมือง และอดีตสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 (ส.ส.ร.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กำหนดกรอบระบบการเลือกตั้งส.ส. โดยให้ใช้คะแนนของผู้สมัครส.ส.ระบบเขตที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง มาคำนวณหาจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า ระบบการเลือกตั้งนี้คล้ายกับระบบการเลือกตั้งของเยอรมัน และคล้ายกับแนวคิดของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน แต่ต่างกันตรงที่ชุดของนายบวรศักดิ์ ให้คำนวณโดยวิธีการแบ่งโซน แต่กรอบแนวคิดชุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. นำคะแนนเสียงของพรรคที่แพ้การเลือกตั้งมาคำนวณ เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคเล็กพรรคน้อยเข้าไปมีที่นั่งในสภา ป้องกันพรรคการเมืองใหญ่ที่เคยได้เสียงข้างมากในสภาดำเนินการได้อย่างสะดวก เชื่อว่าพรรคใหญ่คงไม่ยอมรับแนวคิดนี้ เพราะทำให้เขาจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างลำบากมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีระบบหลายพรรคในสภา                                         

“เจตนารมย์ของแนวคิดนี้เป็นการป้องกันพรรคการเมืองใหญ่ที่เคยได้คะแนนเสียงข้างมากในการบริหารงานอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้รัฐบาลกลายเป็นรัฐบาลผสมเป็น 10 พรรค ซึ่งส่งผลทำให้การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นไปได้ยาก เราอาจจะเห็นรัฐธรรมนูญกำหนดว่านายกรัฐมนตรีอาจจะมาจากคนนอก เป็นนายกฯคนกลางก็ได้ ถ้าไม่สามารถเลือกนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งได้ ดังนั้น เชื่อว่าการตัดตอนพรรคการเมืองใหญ่อาจจะเป็นปัญหาทางการเมืองในภายภาคหน้าแน่นอน”นางสดศรี กล่าว                                  

นางสดศรี กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวคิดที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. ต้องมีคะแนนมากกว่าโหวตโน ถึงจะได้เป็นส.ส. ถ้าหากแพ้คะแนนเสียงโหวตโนจะไม่มีสิทธิกลับมาลงสมัครอีกนั้น ตนมองว่า การนำโหวตโนมาคำนวณเพื่อตัดสิทธิพรรคที่มีคะแนนเสียงข้างมากนั้น นานาประเทศเขาไม่ทำกัน เพราะจะทำให้เกิดความวุ่นวาย นักการเมืองหลายฝ่ายคงไม่เห็นด้วยและเมื่อออกมาเป็นกฎหมายและทำประชามติคงจะผ่านไปได้ยาก เพราะอย่าลืมว่านักการเมืองเหล่านี้มีความใกล้ชิดกับประชาชน คงต้องเกิดการล็อบบี้ให้โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญแน่นอน