"อนุพงษ์"ปลุกท้องถิ่น สร้างจิตสำนึกไม่โกง ขอเป็นคนดีมาก่อนเก่ง ยึดโปร่งใสสานงานตามแผนข้อมูล ซัดการเมืองทำโสมม สร้างขัดแย้งแบ่งฝ่าย
สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “ท้องถิ่นสุจริตโปร่งใส” (Local Integrity and Transparency) รุ่นที่1 และ2 ที่จัดขึ้นโดย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) เพื่อดำเนินการตามยุทธศาสตร์ “สำนึกไทยไม่โกง” ของรัฐบาล โดยจัดฝึกอบรมและเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจด้านการป้องกันและแนวทางการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ให้แก่ข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากทั่วประเทศ รวม343 คน มีนายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีสถ. เป็นตัวแทนรายงานวัตถุประสงค์
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ผู้บริหารท้องถิ่นถือว่าอาสามาปกครองคนในพื้นที่ เพราะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน รู้ปัญหาเป็นอย่างดี ก็ต้องทำให้เขาเจริญก้าวหน้า โดยเน้นตามกฎระเบียบ และสภาพภูมิประเทแต่ละพื้นที่ ซึ่งจากที่ตนเคยไปดูงานที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ยืนยันว่าท้องถิ่นในประเทศเขา สามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่บริหารด้วยรัฐบาลกลางเพียงอย่างเดียว แต่ประเทศเรา ตนทราบมาว่า ในท้องถิ่นจัดเดินทางไปดูงานต่างประเทศกันไม่น้อย เพราะฉะนั้นควรศึกษาโครงสร้างทุกๆด้านในประเทศของเราให้ชัดเจน ทั้งปัญหาขยะ การบริหารจัดการน้ำ การบำบัดน้ำเสีย รวมถึงถนนหนทาง อย่างละเอียด ถ้าจะใช้งบประมาณไปดูงาน ต้องให้ได้ความรู้กลับมาอย่างแท้จริง เพื่อมาดำเนินการพัฒนา เพราะฉะนั้น ผู้ที่มาจากการเลือกตั้งต้องอยู่ในกฎระเบียบที่ดี เป็นผู้ที่มีความรู้ และนำมาพัฒนา อย่างไรก็ตามตนจะหาโอกาสลงพื้นที่ไปพบผู้บริหาร และบุคลากรในท้องถิ่น รวมถึงฝ่ายท้องที่ คือกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดคล้อง และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ถ้าเราไม่มีปฏิสัมพันธ์ตรงนี้ ก็จะคิด หรือทำอะไรกันไปเอง
"ถ้าผู้บริหารท้องถิ่น เก่งอย่างเดียว แต่เป็นคนไม่ดี อะไรอะไรก็ไม่ดี พูดง่ายๆถ้าคิดโกงได้ก็โกง ทำผิดได้ก็ทำ ซึ่งมันไม่เกิดผลดีกับท้องถิ่น เพราะฉะนั้นถ้าเก่งแล้วไม่ดี ขอเป็นคนดีอย่างเดียวดีกว่า เพราะเรามีกลไกเป็นลำดับขั้นตอน กรอบการทำงานขอให้ดีเข้าไว้ เราก็นั่งหัวโต๊ะแล้วซักถามจากผู้ที่มีความสามารถก็จะเกิดผลสำเร็จเอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องเก่งมาก แต่ต้องพยายามส่งต่อความคิดให้เป็นลักษณะทีมทำงาน สิ่งสำคัญคือผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องเป็นคนดี และเก่ง แล้วดูให้เหมาะสมกับสภาพเมืองไทย บุคลากรถือเป็นสิ่งสำคัญ แม้จะมีกฎ ข้อบังคับ บัญญัติต่างๆอย่างไรก็ไม่มีความหมาย ถ้าคนไม่เก่งและดี ที่สำคัญในการบริหารภายในท้องถิ่นต้องมีกฎระเบียบที่มีอย่างเข้มงวด มีการบริหารจัดการที่ดี รวมถึงต้องรู้ยุทธศาสตร์ โครงสร้างในพื้นที่ให้สอดคล้องกับแผน หรือยุทธศาสตร์จังหวัด แล้วค่อยๆทำให้มันเจริญ ที่ผ่านมามันโตแบบผิดรูปผิดร่าง ทำให้ต่างประเทศมองเราผิด ฉะนั้นต้องกลับไปทบทวนให้ดีว่า เราเก่งและดีหรือไม่ ถ้าไม่เก่งก็ขอให้ดีและมีสำนึกไว้ก่อน" รมว.มหาดไทย กล่าว
รมว.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ตนหวังเป็นอย่างยิ่งที่ท้องถิ่นทั้งหมดจะช่วยลงไปเปลี่ยนแปลงพื้นที่ ไหนๆก็ขันอาสาเข้ามาแล้ว ต้องทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตามศักยภาพของตัวเอง งบฯ และพื้นที่ ต้องใช้ให้คุ้มค่า โปร่งใส ไม่มีทางอื่นจะเดินได้นอกจากเดินตามกรอบ ถ้าบริหารอย่างที่ผ่านมา กล้ารับรองว่า รัฐบาลนี้จะเก่งหรือไม่เก่ง ขอให้ท่านภูมิใจว่าเราไม่โกง ข้างบนต้องให้นิ่ง ขอยืนยันว่า ไม่เคยโกงแม้แต่บาทเดียว ถึงท้องถิ่นต้องเต็มจำนวน พอลงไปยังประชาชน มั่นใจว่า เกิดการพัฒนาแบบต่างประเทศแน่
แต่ถ้าบริหารอย่างยุคการเมืองที่ผ่านมา ที่ว่า เป็นการเมือง เป็นประชาธิปไตย มันโสมมแค่ไหน ทุกท่านรู้ดีกว่าผม จะให้บ้านเมืองกลับไปแบบนั้นหรือ บางคนก็มีส่วน นำคนในชาติออกมาแล้วแตกแยกกันเป็นพวกเป็นฝ่าย ไม่มีประเทศไหนเขาทำ มีแต่ขอให้รักสามัคคี แล้วจะทำอย่างไรให้ท้องถิ่นดี ประชาธิปไตยนั้นมันดีแน่นอน การปฏิวัติไม่ดีแน่นอน แต่ที่ต้องทำครั้งนี้มันมีที่มาที่ไป ประชาธิปไตยแล้วนำคนออกมาตีกัน มีความขัดแย้งรุนแรง ประเทศชาติแบ่งเป็นสองฝ่าย ไม่มีใครเขาทำกัน เดี๋ยวมันเป็นสงครามกลางเมือง เป็นเหมือนประเทศที่เขาต้องหนีตายกัน
ดังนั้นเป็นหน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่นที่ต้องดูแลประชาชน อย่างมีความรู้ เป็นไปตามแผนพัฒนา และเป็นคนดี ประเทศชาติก็จะเจริญ ถ้าพวกท่านไม่ทำแล้วใครจะทำ จะปล่อยให้ประเทศแร้นแค้นไม่ได้ มันจะมืดมน ในครั้งนี้ตนเหมือนมาปลุกเร้าพวกท่านให้รู้บทบาทหน้าที่ควรจะทำอย่างไร ขอให้มั่นใจว่า กระทรวงมหาดไทยมีความตั้งใจ ตามที่รัฐบาลต้องการ คือการทำงานที่โปร่งใส ให้ได้ตามฐานข้อมูล แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนา และที่สำคัญคือความดี ก็ขอฝากความหวังกับทุกคน ทำงานให้เต็มที่ ตนไม่มีเจตนาเข้ามาหวังผลประโยชน์กับท้องถิ่น เพราะฉะนั้นคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่มีการแบ่งสี แบ่งฝ่าย
--------





