"ไทย-ลาว"จับมือแก้ปัญหาค้ามนุษย์ 2 ประเทศ เร่งสำรวจปักเขตชายแดน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ (Joint Commission - JC) ไทย-ลาว ครั้งที่ 20 ที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน รีสอร์ท จ.เชียงราย โดยมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และนายทองลุน สีสุลิด รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นประธานร่วม ขณะเดียวกันยังมีผู้แทนหน่วยงานของไทยและลาวกว่า 100 คนเข้าร่วมการประชุม
สำหรับการประชุมครั้งนี้มีแนวคิดหลักคือ การพัฒนาความเชื่อมโยงข้ามแดนไทย-ลาว เป็นการวางกรอบการหารือต่อยอดจากการหารือในระดับผู้นำหลายโอกาส ซึ่งมีข้อเสนอให้มีความร่วมมือพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและส่งเสริมการลงทุนด้านการท่องเที่ยวไทย-ลาว ในภาคใต้และภาคเหนือของลาว การส่งเสริมการพัฒนาการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวข้ามแดนไทย-ลาว ที่บริเวณภูชี้ฟ้าและภูชี้ดาว จ.เชียงราย และบริเวณช่องทางบ้านฮวก-กิ่วหก จ.พะเยา การเชื่อมโยงเส้นทางต่างๆ รวมถึงการเปิดบริการเดินรถโดยสารประจำทางไทย-ลาว-เวียดนาม
ขณะเดียวกันในปี 2558 นี้ถือเป็นโอกาสพิเศษสำหรับทั้ง 2 ประเทศด้วย เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปีของกาสถาปนาประเทศสปป.ลาว รวมถึงครบรอบ 65 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สปป.ลาว และวันที่ 31 ธ.ค.2558 จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ลาวจะรับหน้าที่ประธานอาเซียนในปี 2559
หลังการประชุมเสร็จสิ้น นายดอน แถลงว่า ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) ว่าด้วยโครงการจัดตั้งศูนย์พัฒนาสังคมมิตรภาพลาว-ไทย ที่เมืองโพนโฮง แขวงเวียงจันทน์ ซึ่งจะเป็นศูนย์ส่งเสริมการดูแลและฟื้นฟูผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในสปป.ลาว โดยฝ่ายไทยจะให้การสนับสนุนการก่อสร้างอาคารศูนย์และพัฒนาบุคลากรสำหรับศูนย์ดังกล่าวซึ่งจะมีส่วนช่วยในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ร่วมกันระหว่างไทย-ลาว รวมถึงในภูมิภาค อีกทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบให้จัดประชุม 3 ฝ่าย ระหว่างไทย ลาว และเวียดนาม ภายในปีนี้เพื่อร่วมวางแผนสำรวจเส้นทางเพื่อเปิดบริการรถโดยสารประจำทางเชื่อมโยงทั้ง 3 ประเทศนี้โดยเร็ว นอกจากนี้ ไทยและลาวยังแสดงความพร้อมที่จะลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับลาวในโอกาสแรก ซึ่งความตกลงนี้จะช่วยสร้างเสริมความเป็นระเบียบเรียบร้อยตามแนวชายแดน เพื่อความสงบสุขของประชาชนไทยและลาว
รมว.ต่างประเทศ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันฝ่ายไทยเสนอให้ปรับปรุงความตกลงว่าด้วยการเดินทางข้ามแดนไทย-ลาว เพื่อส่งเสริมการอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามแดนระหว่าง 2 ประเทศ รวมถึงการให้แรงงานไทยและลาวที่อาศัยตามแนวชายแดนสามารถเข้ามาทางานในอีกประเทศหนึ่งได้แบบไปเช้าเย็นกลับหรือตามฤดูกาล ซึ่งความตกลงนี้จะช่วยเพิ่มพูนรายได้ของแรงงานลาวใน อีกทั้งไทยและสปป.ลาวกำลังหารือกันถึงการจัดทำร่างเอ็มโอยูว่าด้วยความร่วมมือว่าด้วยการจ้างงานแรงงานไทย-ลาว และร่างความตกลงด้านการจ้างงาน เพื่อให้แรงงานลาวที่เข้ามาในไทยได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานที่เป็นประโยชน์ต่อนายจ้างไทย และได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้องตามกฎหมายการเคลื่อนย้ายแรงงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่สร้างประโยชน์ร่วมแก่ทั้ง 2 ประเทศ
นายดอน กล่าวต่อว่า ในวันที่ 27 ต.ค.นี้ จะเข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ "อาคาร 65 ปี ความสัมพันธ์ลาว-ไทย" หรืออาคารผู้ป่วยในแม่และเด็ก 60 เตียง ที่โรงพยาบาลแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตามคำเชิญของนายทองลุน ซึ่งโครงการนี้เป็นความร่วมมือเพื่อการพัฒนาโรงพยาบาลแขวงบ่อแก้ว ระยะที่ 2 ซึ่งกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ให้การสนับสนุนงบประมาณสำหรับการก่อสร้างอาคาร ครุภัณฑ์และการพัฒนาบุคลากรของโรงพยาบาลฯ แก่ฝ่ายลาว เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนลาวในแขวงบ่อแก้วและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับลาวด้วย
ด้านนายทองลุน กล่าวว่า ตนเห็นพ้องกับคำแถลงของรมว.ต่างประเทศของไทย ในการประชุมดังกล่าว มีการหารือหลายเรื่องเกี่ยวกับการไปมาหาสู่กันจะดำเนินต่อไปตามปกติ เรื่องของเขตแดนนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องกันที่ให้มีการสำรวจปักปันชายแดนให้เสร็จสิ้นโดยเร็วเพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบ ทั้งการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม การใช้แผนที่ฉบับใหม่ และข้อกำหนดด้านเทคนิค ด้านการซื้อขายไฟฟ้านั้น ฝายไทยจะพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากลาวเพิ่ม จากเดิมที่เคยซื้อ 7,000 เมกกะวัตต์ ส่วนเป็นเท่าใดนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายจะหารือกันอีกครั้ง ขณะที่ความร่วมมือด้านแรงงานจะทำการปรับปรุงเอ็มโอยูเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมีความสำคัญในการส่งเสริมความสัพันธ์ระหว่างกันตลอดถึงภูมิภาค ซึ่งจะมีการส่งเสริมความร่วมมือในด้านนี้ต่อไป
ด้านการค้า จะมีการอำนวยความสะดวกการเข้า-ออกระหว่าง 2 ประเทศ รวมถึงการเดินทางผ่านแดนให้สะดวกมากขึ้น สำหรับการบริการทางด้านสังคมนั้น ตนขอขอบคุณที่ไทยช่วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งช่วยให้ลาวมีความสามารถยิ่งขึ้นในด้านการศึกษาและสาธารณสุข โดยในวันพรุ่งนี้(27 ต.ค.) รมต.ต่างประเทศของไทยจะเข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้ป่วยในแม่และเด็กที่โรงพยาบาลแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย นอกจากนี้ ในปี 2559 ฝ่ายลาวยินดีที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจซี ลาว-ไทย ครั้งที่ 21 ที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว





