วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประวิตร'สั่งเตรียมแผนรับมือภัยแล้งปี 59

"พล.อ.ประวิตร"สั่งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเหล่าทัพ เตรียมแผนรับมือภัยแล้งปี 59 ควบคู่แก้ภัยหนาว และอีกเพียบ

พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิช โฆษกระทรวงกลาโหม เปิดเผยผลการประชุมสภากลาโหมว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม เน้นย้ำ หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพ เตรียมแผนรับมือภัยแล้ง เนื่องจากคาดการณ์ว่า ในปี 2559 ประเทศไทยจะประสบปัญหาภัยแล้งมากกว่าปีที่ผ่านมา เกรงจะส่งผลกระทบ การบริหารจัดการน้ำในการบริโภค อุปโภค และเกษตร จึงให่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพไทย และเหล่าทัพ เตรียมพร้อมรับมือ ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาภัยหนาวในปลายปีนี้ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที 

ให้พัฒนากำลังพลพร้อมปฏิบัติภารกิจ

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่าพล.อ.ประวิตรย้ำ หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในเรื่องการพัฒนากำลังพลให้ตอบสนองประเทศชาติ ทั้งการปรับปรุงกำลังพลอย่างต่อเนื่อง ให้มีขีดความสามารถควบคู่กับด้านจริยธรรม เพื่อให้พร้อมต่อการปฏิบัติภาระกิจหลากหลายในอนาคต นอกจากนี้จะต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ในกฎระเบียบวินัย และกฎหมาย โดยจัดให้มีการอบรม ฟื้นฟู กฎข้อบังคับต่างๆเพื่อให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง ทหารมีวินัยอยู่แล้ว เพียงแต่เน้นย้ำให้กำลังพลตระหนักในความรับผิดชอบ ไม่ให้กระทำการใดๆนอกเหนือไปจากนี้ ตลอดจนกำชับให้ดูแลอาวุธยุทโธปกรณฺของกองทัพ ให้มีความปลอดภัย ทั้งเรื่องการจัดเก็บ ดูแลรักษา เพื่อไม่ให้รั่วไหลออกไป ขอให้อบรมกำลังพลในการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ อย่างมีประสิทธิภาพตามที่กระทรวงกลาโหมได้กำหนดไว้

สั่งติดตามความขัดแย้งศาสนาในสังคมโลก 

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ผลการประชุมสภากลาโหมว่า พล.อ.ประวิตร เน้นย้ำหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในเรื่องความรุนแรงและความขัดแย้งในสังคมโลก โดยเฉพาะทางด้านศาสนาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงให้ติดตามข่าวสาร วิเคราะห์ สร้างความเข้าใจ เพราะเรื่องดังกล่าวเชื่อมโยงทั้งในและนอกประเทศ พร้อมทำความเข้าใจให้กับกำลังพล ในฐานะที่เป็นหน่วยงานความมั่นคง 

กวาดล้างมาเฟีย-อาวุธสงครามสิ้นซากใน 6 เดือน

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร  ยังเน้นย้ำ หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในการปราบปรามผู้มีอิทธพล ตามนโยบายของรัฐบาลให้เป็นรูปธรรมและเห็นผลภายใน 6 เดือนพร้อมสแกนทุกพื้นที่ โดยมี พล.อ.ประวิตร เป็ยประธาน และเตรียมตั้งคณะทำงานประกอบด้วย กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เน้น ปราบปรามอาวุธสงครามให้สิ้นซาก พร้อมให้ทุกส่วนราชการและประชาชนให้การสนับสนุน ร่วมแจ้งแบะแส หากพบจะดำเนินตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด 

ย้ำกองกำลังทางบก-น้ำ สกัดยาเสพติด-ค้ามนุษย์-เข้าเมืองผิดกม.

พล.ต.คงชีพ กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประวิตร เน้นย้ถึง หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพ เรื่องการสะกัดกั้นยาเสพติด โดยให้หน่วยกำลังตามแนวชายแดน เพิ่มมาตราการเข้มงวด เพื่อสะกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้ามาพื้นที่ภายใน และกำชับกำลังพลไม่ให้ไปเกี่ยวข้อง ตลอดจนถึงการเพิ่มมาตราการ ความเข้มข้นดูแล บังคับใช้กฎหมาย ในการป้องกันการค้ามนุษย์ การลักลอบเข้าเมือง ทั้งกองกำลังตามแนวชายแดนในทางบกและทางน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นมาอีก