วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตำรวจรวบอีก 2 แรงงานต่างด้าว ฆ่าโหดนร.สาว

ตำรวจระนอง ติดตามจับกุมตัวแรงงานต่างด้าวต้องสงสัย ก่อเหตุฆ่านักเรียนสาวชาวระนองได้เพิ่มอีก 2 ราย

พล.ต.ต.นรินทร์ บุษยวิทย์ ผบก.ภ.จว.ระนอง กล่าวว่า จากกรณี น.ส.อรวี สำเภาทอง อายุ 18 ปี หรือ น้องแอปเปิ้ล นักเรียนสาวโรงเรียนชื่อดัง ถูกแทงด้วยอาวุธมีด 17 แผล เสียชีวิตคาที่ ขณะเดินเท้าเข้าซอยเปลี่ยวในซอยสำนักสงฆ์สะพานปลา ข้างโรงเจ ม.5 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง เมื่อช่วงหัวค่ำคืนวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา 

หลังเหตุการณ์เกิดขึ้นร่วม 26 วัน จนกระทั่งเมื่อบ่ายวันที่ 20 ต.ค.58 คณะนายตำรวจชุดสืบสวน จ.ระนอง ได้เข้าทำการควบคุมผู้ต้องสงสัย 2 คนพี่น้อง ลูกเรือประมงต่างด้าว สัญชาติพม่า จากเรือประมงอวนดำ ท่าเทียบเรือ อ.คุระบุรี จ.พังงา และได้ควบคุมผู้ต้องสงสัย ซึ่งอยู่ในกลุ่มเพื่อนแรงงานต่างด้าวเพิ่มอีก 1 ราย รวมผู้ต้องสงสัยที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้แล้วจำนวนทั้งสิ้น 3 ราย 

ผบก.ภ.จว.ระนอง กล่าวว่า โดยนำตัวผู้ต้องหามาแยกสอบสวนปากคำเพิ่ม ที่ สภ.เมืองระนอง ในคดีต้องสงสัยร่วมกันฆ่าโหด โดย 1 ใน 3 ของผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวได้ก่อนหน้า ได้มีการเปิดปากยอมรับสารภาพ ว่าใช้อาวุธมีดแทง น้องแอปเปิ้ล เสียชีวิตจริง ขณะเมากาวกับกลุ่มเพื่อน ส่วนอีก 2 ราย ที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ ซึ่งพบว่า 1 ในนั้นเป็นพี่ชายผู้ต้องสงสัย ที่ถูกรวบตัวมาสอบสวนจาก ท่าเรือ อ.คุระบุรี จนท.สอบสวนแล้วพบว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี จึงได้ทำการปล่อยตัวไป

ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินการนั้น ผบก.ภ.จว.ระนอง กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำเครื่องตรวจค้นหาวัตถุโลหะ เข้าทำการสแกนพื้นที่ป่าชายเลน ภายในซอยสามัคคี ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 500 เมตร เป็นวันที่ 2 จนกระทั่งเมื่อเวลา 10.00 น. วันศุกร์ที่ 23 ต.ค. ได้พบอาวุธมีด ที่เชื่อว่า น่าจะเป็นอาวุธสังหารน้องนักเรียนสาว ตรงตามบริเวณจุดที่ผู้ต้องสงสัยรับสารภาพ และมาชี้จุดก่อนหน้านี้ พร้อมมีการสารภาพเพิ่ม ถึงเพื่อนอีก 3 ราย ที่ร่วมกันก่อเหตุสังหาร รวมผู้ก่อเหตุทั้งหมด 4 ราย​

ต่อมา จนท.มีการนำกำลังเข้าตรวจสอบห้องเช่า ซึ่งเป็นที่พัก ภายในซอยเดียวกับที่เกิดเหตุฆาตกรรม แต่พบว่า ในห้องเช่า ได้ถูกล็อกกุญแจไว้ ไม่มีผู้ต้องสงสัยพักอยู่ ซึ่งต่อมาตรวจสอบแล้วพบว่า กลุ่มเพื่อนต้องสงสัยที่ร่วมกันก่อเหตุ ได้ออกทำงานเป็นลูกเรือประมง บนเรืออวนดำ ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.58 หลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน

ทางคณะนายตำรวจชุดสืบสวน หลายหน่วยงานที่สนธิกำลังกัน ทั้งตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดระนอง สามารถสืบทราบจนรู้ถึง พิกัดเรืออวนดำ ที่กำลังออกหาปลาในทะเลอันดามัน ในน่านน้ำจังหวัดพังงา จึงร่วมกันเปิดยุทธการไล่ล่ากลางทะเล

โดยมีการประสานงานร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดพังงา และสถานีตำรวจน้ำ 2 กองกำกับการ 8 จ.พังงา นำเรือตรวจการณ์ 629 พร้อมกำลังตำรวจร่วม 30 นาย ออกเดินทางจากท่าเรือ อ.คุระบุรี จ.พังงา เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 ต.ค. โดยมีพิกัดด้านตะวันตกเฉียงใต้ ของหมู่เกาะสุรินทร์ ห่างจากฝั่งทะเลประมาณ 66 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 120 กิโลเมตร จนเมื่อเวลา 18.00 น. ก่อนพระอาทิตย์ตกน้ำ ได้เข้าขอความร่วมมือจากเรืออวนลอยที่กำลังปั่นไฟล่อจับปลา ให้ไต๋เรือช่วยวิทยุตรวจสอบพิกัดเรืออวนดำ ที่มีผู้ต้องสงสัยใหม่อีกครั้ง จนทราบพิกัดชัดเจน 

และเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. หลังจากเดินทางร่วม 4 ช.ม. จึงขอความร่วมมือจากเรือปั่นไฟอวนล้อม ขอนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงเรือเข้าทำการเทียบเรืออวนดำ ซึ่งเป็นเรือแม่ และมีเรือลูกอีก 3 ลำ เพื่อตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย จำนวน 2 ราย ที่มีหลักฐานและเอกสารระบุตัวตนชัดเจน ซึ่งทางไต๋เรืออวนดำให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ให้ลูกเรือต่างด้าวทั้งหมดจำนวน 30 ราย มานั่งเข้าแถวเรียง 2 รวมกันที่บริเวณหัวเรือ และตรวจสอบรายชื่อทั้งหมด

จนกระทั่งพบตัวผู้ต้องสงสัยรายแรก 1 ราย จึงนำตัวแยกออกมา มีการตรวจสอบกระเป๋าเป้เสื้อผ้า และสัมภาระของบุคคลต้องสงสัยรายแรก ยังพบอาวุธมีดอีก 1 เล่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐานตรวจสอบต่อไป

จากนั้นได้ให้เรือแม่อวนดำ วิทยุเรียกเรือลูกขนาดเล็กอีก 3 ลำ เข้าทำการเทียบท่า เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบลูกเรือ จนกระทั่งพบตัวผู้ต้องสงสัยรายที่ 2 ตรงตามชื่อและเอกสารที่ระบุตัว ว่ามีส่วนร่วมกันก่อเหตุสังหาร โดยมีพยานบุคคลปากสำคัญต่างด้าว ชาวพม่า ที่ชี้ตัวผู้ต้องสงสัยถูกต้อง และตรงตามคำซัดทอดของผู้ต้องสงสัยที่สารภาพก่อนหน้า

ก่อนจะนำตัวบุคคลต้องสงสัย ทั้ง 2 รายล่าสุด ขึ้นเรือตรวจการณ์ 629 เดินทางกลับเข้าฝั่งทันที ในเวลา 21.30 น จนกระทั่งเวลา 01.00 น.วันที่ 24 ต.ค. เดินทางถึง ท่าเทียบเรือ อ.คุระบุรี จ.พังงา ก่อนเดินทางด้วยรถยนต์เดินทางกลับมาถึงจังหวัดระนอง เมื่อเวลา 03.00 น. มีการแยกตัว สอบปากคำอีกครั้ง ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง โดยมี พล.ต.ต.นรินทร์ บุษยวิทย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง เดินทางไปสมทบ เพื่อฟังคำให้การของผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย

สรุปความคืบหน้าล่าสุด จนท.ตำรวจชุดสืบสวน ควบคุมผู้ต้องสัยไว้สอบสวน รวม 3 ราย ส่วนอีก 1 ราย ที่ต้องสงสัยร่วมขบวนก่อเหตุด้วย ทราบตัวบุคคลแล้ว เป็นชาวต่างด้าว เช่นกัน มีอายุประมาณ 20 ปีเศษ กำลังติดตามตัวอยู่ในขณะนี้ ส่วนการขออนุมัติหมายจับ ผู้ต้องหาจากศาลจังหวัดระนอง คาดว่าภายในอีก 1 หรือ 2 วัน นี้ หากอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา จะมีการเปิดแถลงข่าวโดยเร็ว

ส่วนชนวนเหตุ ประเด็นการสังหาร จากคำสารภาพของผู้ต้องสงสัยรายแรก ที่เป็นผู้ก่อเหตุลงมือแทงนักเรียนสาว สืบเนื่องจากในคืนวันที่เกิดเหตุ กลุ่มวัยรุ่นต่างด้าวทั้ง 4 ราย มีการรวมตัวและนั่งดมกาวเมาบริเวณม้าหินอ่อน ปากทางเข้าสำนักสงฆ์สะพานปลา และเป็นเวลาเดียวกับที่น้องผู้ตายเดินเลี้ยว เพื่อจะเข้าวัด แต่มีการชะงัก และการปะทะคารม เพียงประโยคเดียว เกิดขึ้น ก่อนผู้ตายจะเดินหลีกและกลับมาเดินบนฟุตปาธ ก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยว ในที่เกิดเหตุ

 ซึ่งจะสอดรับกับภาพจากกล้องวงจรปิดมุมถนนฝั่งตรงกันข้าม กับซอยที่เกิดเหตุ เมื่อคืนวันที่ 28 ก.ย. ภาพชี้ชัด นักเรียนสาว ขณะเดินมาตามฟุตปาธฝั่งซ้ายของถนนสายสะพานปลา จนกระทั่งถึงหน้าสำนักสงฆ์ และกำลังจะเดินเลี้ยวเข้าทางสำนักสงฆ์ เพื่อเดินเส้นทางลัดไปทะลุกลางซอย แต่ไปพบกับกลุ่มคนร้ายต้องสงสัย จึงมีการหยุดเดิน ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกมาบนฟุตปาธถนนใหญ่ และเดินเข้าซอยข้างสำนักสงฆ์และข้างโรงเจแทน

โดยจะมีกล้องอีกตัว เห็นน้องขณะเดินเข้ามาในซอยด้วยความระแวงหน้าและระแวงหลัง และเหลียวขวาไปมองยังหน้าสำนักสงฆ์ เส้นทางริมฟุตปาธที่เดินมาก่อนหน้า คล้ายกับกำลังสงสัยว่า มีใครติดตามมาหรือไม่ จากนั้นตัดสินใจเดินต่อเข้าซอยไปทันที และไปเกิดเหตุถูกแทงเสียชีวิต ตรงกลางซอย ใกล้กับทางลัดกลางซอย เลี้ยวเข้าสำนักสงฆ์ได้เช่นกัน

ส่วนแรงจูงใจ ในการมาดักสังหาร อันเนื่องมาจากความโกรธแค้นปะทะคารม การเผชิญเหตุเฉพาะหน้า กับ 4 กลุ่มวัยรุ่นต่างด้าวที่เมากาว หรือมีแรงจูงใจอื่น จากการต้องการชิงทรัพย์ หรือต้องการฉุดข่มขืน ต้องรอผลการสอบปากคำเพื่อนผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์นี้ ว่าจะเปิดปากรับสารภาพหรือไม่ หากรับสารภาพ จะได้ทราบว่า มีเหตุอันใด หรือมีเหตุอื่น จึงลงมือดักสังหารน้องนักเรียนสาว ซึ่ง พล.ต.ต.นรินทร์ บุษยวิทย์ ผบก.ภ.จว.ระนอง กล่าวว่า หากทุกอย่างชัดเจน จนท.จะมีการแถล่งข่าวรายละเอียดทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพื่อคลายข้องสงสัยต่างๆ แก่ประชาชน และนำตัวคนร้ายลงโทษตามกฏหมายต่อไป