วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดข้อมูลสอบข้อเท็จจริง ปม'ซิโน-ไทย' ร้องคณะทำงานรัฐสภาใหม

เปิดข้อมูล สอบข้อเท็จจริง ปม“ซิโน-ไทย” ร้อง คณะทำงานรัฐสภาใหม่ของส.เลขาสภาฯ

นางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภาในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบฯ ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนตรวจสอบโดยเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ซึ่งรายละเอียดนั้นตนยังไม่ขอเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานและยังไม่มีข้อสรุป ทั้งนี้ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนกรณีที่คำร้องเรียนของบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ต่อการกระทำของผู้มีอำนาจกระทำการแทนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่ระบุชื่อบุคคลชัดเจนนั้น เชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหาเพราะการดำเนินการต้องไปตามามข้อเท็จจริง

แหล่งข่าวจาก สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แจ้งว่า ประเด็นที่บริษัทซิโน-ไทยฯ ได้ยื่นเรื่องขอความเป็นธรรม กรณีที่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ของผู้มีอำนาจกระทำการแทนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของงานโครงการก่อสร้างฯ ใน4ประเด็น ได้แก่1.ไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค และไม่รับฟังข้อเสนอแนะและข้อทักท้วงอีกทั้งมีเจตนาประวิงเวลาพิจารณาต่อขยายเวลาให้บริษัท,2.ไม่พยายามบริหารสัญญา ไม่ยอมปรับแก้รูปแบบงานและประวิงเรื่องขอปรับแก้งวดงาน,3.ไม่มีการเจรจาบรรเทาปัญหา และตั้งบุคคลที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน กล่าวคือ ตั้งบุคคลที่เคยเป็นกรรมการตรวจการจ้างออกแบบมาเป็นกรรมการตรวจการจ้างอีกซึ่งขัดต่อหลักธรรมาภิบาล และ4.ปัญหาการขนดินไปบริจาคซึ่งมีการบริหารงานที่ผิดพลาด ไม่เอาใจใส่และพยายามแก้ปัญหาจนทำให้งานก่อสร้างล่าช้าออกไป ซึ่งประเด็นของ

แหล่งข่าวจากวุฒิสภา แจ้งด้วยว่าขณะที่การดำเนินงานตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น คณะกรรมการฯ ได้เชิญบุคคลฐานะผู้มีอำนาจกระทำการแทนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้น แม้ในเอกสารร้องเรียนไม่ระบุชื่อบุคคล แต่ตามราชการจะหมายถึง นายจเร พันธุ์เปรื่อง อดีตเลขาธิการสภาฯ, คณะกรรมการตรวจการจ้าง, ที่ปรึกษาโครงการ มาชี้แจงทั้งด้วยวาจาและเป็นลายลักษณ์อักษร เช่นเดียวกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งมีนายชัชวาล อภิบาลศรี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานกรรมการ เบื้องต้นในคำชี้แจงของผู้มีอำนาจกระทำการแทนสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ตามประเด็นประวิงเวลาขยายเวลาทำงานนั้น เดิมบริษัทชิโน-ไทยฯ ร้องขอให้ขยายเวลาไปเป็น487วันแต่ทางคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาจากหลักฐานและเอกสารข้อเท็จจริง เห็นว่าควรขยายเวลาทำงานให้เพียง287วัน โดยล่าสุดทางนางจันทร์เพ็ญ อาณามวัฒน์ รักษาการเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อยู่ระหว่างการพิจารณาขยายสัญญาจ้าง จากเดิมที่กำหนดระยะสิ้นสุดสัญญา24พ.ย.58,

แหล่งข่าวจากวุฒิสภา แจ้งด้วยว่าส่วนข้อกล่าวหาประเด็นการไม่ปรับแก้ไขงวดงานนั้น ทางคณะกรรมการฯ ได้แก้ไขปัญหา คือ การปรับแก้ไขงวดงามให้ และจ่ายค่าจ้างตามงวดงานที่เป็นจริงให้ตรงเวลา, ขณะที่ข้อกล่าวประเด็นการตั้งกรรมการตรวจการจ้างออกแบบมาเป็นกรรมการตรวจการจ้างซึ่งขัดต่อหลักธรรมาภิบาล ในคำชี้แจงพบว่าการตั้งบุคคลในตำแหน่งกรรมการ2คณะดังกล่าวสามารถทำได้โดยไม่ถือว่าผิดระเบียบราชการ นอกกจากนั้นกรณีของการตรวจสอบแบบ หรือตรวจการจ้าง จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้ และข้อกล่าวหาใน 4.ประเด็นขนดินไปบริจาคและบริหารงานผิดพลาดนั้น ตามการชี้แจง ว่า ทางสำนักงานฯ ได้นำดินไปบริจาคให้กับมูลนิธิหนึ่ง ที่ขอรับบริจาค ซึ่งมีเอกสารขอรับบริจาคจากมูลนิธีดังกล่าว และมีเอกสารการได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์แล้ว แต่ในกระบวนการขนดินนั้นพบว่าการดำเนินงานนำดินไปไว้ในที่วางดินไม่เป็นตามคำร้องขอบริจาคของมูลนิธิฯ และเมื่อทางสำนักงานฯ ทราบเรื่องและตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่ามีการนำดินไปใช้วัตถุประสงค์ จึงได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีไว้กับกองปราบปรามฯ แต่ล่าสุดกองปราบปรามฯ ได้ส่งเรื่องมาให้สน.บางโพดำเนินการ และหลังจากเกิดปัญหาปริมาณดินยังมีอยู่ในพื้นที่และไม่มีผู้ใดขอบริจาค ทางคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จึงเสนอให้นำดินไปขายให้กับบริษัทเอกชน โดยได้เจรจากับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน,กรมธนารักษ์ แล้ว ทำให้กำหนดราคาขายอยู่ที่ลูกบาศก์เมตรละ20บาท โดยขณะที่มีบริษัทที่รับซื้อดินไปขายแล้ว เบื้องต้นพบว่าบริษัทที่รับซื้อดินนั้น ได้นำดินไปขายให้กับธนาคารกรุงศรี สำนักงานใหญ่ ย่านพระราม7ในราคาลูกบาศก์เมตรละ200บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการส่งหนังสือร้องเรียนของบริษัทซิโน-ไทยฯ ถูกตั้งข้อสังเกตจากฝ่ายรัฐสภา ว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และมีความพยายามที่จะให้เกิดการเปลี่ยนตัวกรรมการที่เกี่ยวข้องซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนสำนักานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อให้การดำเนินงานโครงการฯ มีลักษณะประณีประนอมมากขึ้น เพราะจากการดำเนินงานก่อสร้างที่ผ่านมา พบความพยายามในหลายประเด็นที่บริษัทผู้รับเหมาต้องการประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่าย เช่น การเปลี่ยนขนาดเหล็กเส้น ให้เล็กกว่าที่แจ้งไว้ในสัญญา โดยมีเหตุผลเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการก่อสร้าง แต่ทางคณะกรรมการตรวจการจ้าง เห็นว่าไม่เหมาะสมเพราะการเปลี่ยนขนาดเหล็กเส้นอาจกระทบต่อความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารทั้งหมดได้ และในกรณีดังกล่าวนั้นมีความเชื่อมโยงกับการย้ายนายจเร ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ ส่วนหนึ่งเพื่อสร้างความกลัวให้กับข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ในการกระทำที่จะไม่เกิดประโยชน์กับบริษัทผู้รับจ้าง ซึ่งล่าสุดนั้นข้าราชการที่ทำงานเกี่ยวกับโครงการฯ ออกปากว่าจะไม่ขอทำเรื่องดังกล่าวต่อเพราะกลัวถูกสั่งย้าย

รายงานข่าวจากสภาผู้แทนราษฎรแจ้งด้วยว่าเร็วๆ นี้จะมีการตั้งบุคคลที่เข้ามาทำหน้าที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะคัดเลือกบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยกระบวนการขณะนี้มีผู้ใกล้ชิดของผู้มีอำนาจต่อสายพูดคุยกับรองเลขาธิการสภาฯ เป็นรายบุคคลพร้อมกับสอบถามความเต็มใจว่าจะยินดีที่จะสนองงานให้กับผู้มีอำนาจและบารมีขณะนี้หรือไม่ หากยินดีพร้อมจะแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสภาฯ