"อภิสิทธิ์"หนุน"วัชระ" สอบประสิทธิภาพ-ราคา"กล้องซีซีทีวี" ของกทม. เพื่อความโปร่งใส อัด"สุขุมพันธ์"นึกถึงผลกระทบประชาธิปัตย์ หลังปชช.วิจารณ์
นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกล้องซีซีทีวีของกรุงเทพมหานคร(กทม.)ไม่มีประสิทธิภาพว่า วันนี้ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งหัวหน้าพรรคเห็นด้วยว่าจะต้องมีการตรวจสอบประสิทธิภาพและราคาของกล้องซีซีทีวี เพื่อให้เกิดความโปร่งใส อย่างไรก็ตาม ตนได้ส่งจดหมายถึงกทม. ขอสัญญาที่กทม.ได้ทำสัญญาไว้กับบริษัทผู้รับเหมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อบริษัท และยังไม่ได้รับคำตอบ ซ้ำรายบางคนในกทม.ยังคิดไปว่าการให้สัญญากับตนเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งไม่เห็นว่าเป็นการเมืองตรงไหน ขนาดตนเป็นสมาชิกพรรคแท้ๆ ยังไม่เปิดเผยสัญญา
"ถ้าม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คิดว่าเป็นคนของพรรค ก็ต้องคำนึงถึงด้วยว่าพรรคจะได้รับผลกระทบ วันนี้ต้องยอมรับว่าประชาชนวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกทม. แต่ผมขอวิจารณ์แค่เรื่องกล้องซีซีทีวี เพราะเป็นเรื่องความมั่นคง กทม.มีนโยบายติดตั้งกล้องให้ครบแสนตัวภายในปี 2562 โดยใช้งบประมาณสูงถึง 4 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ติดตั้งได้ 5 หมื่นตัว แต่ก็มีปัญหาแล้ว นอกจากนี้ กทม.ยังมีการติดตั้งกล้องอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งผู้รับเหมารายเดิมที่ติดตั้งกล้องซีซีทีวีทุกอาทิตย์จะต้องส่งคนไปดูดสัญญาณภาพ แปลว่าไม่ได้ลิงค์สัญญาณโดยตรงกับกทม.และสถานีตำรวจ ซึ่งกทม.ต้องมีรายจ่ายโดยไม่จำเป็น" นายวัชระ กล่าว
นายวัชระ กล่าวว่า แนวทางแก้ไขปัญหาต้องพูดคุยกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร และจะให้นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯที่ดูแลเรื่องกล้องซีซีทีวี แต่ตนในฐานะอดีตส.ส.กทม.ไม่ไว้วางใจ นายอมร ให้ดำรงตำแหน่งต่อไป ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ รับเรื่องและจะนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปคุยกับม.ร.ว.สุขุมพันธ์ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ว่าฯ ว่าจะปลดหรือไม่ รวมถึงพฤติกรรมของนางเบญทราย กียปัจจ์ รองโฆษก กทม. ที่ขาดวุฒิภาวะ จึงควรจำกัดบทบาทให้อยู่ในส่วนที่เหมาะสม อย่างสร้างปัญหาให้กทม.อีกต่อไป และฝากให้ผู้ว่าฯพิจารณาด้วยความเที่ยงธรรม อย่าหลงรูป รส กลิ่น เสียง เพราะที่ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ได้เป็นผู้ว่ากทม. เพราะลงในนามพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าทำงานไม่ดีพรรคก็ได้รับความเสียหายไปด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคตรวจสอบการทำงานของกทม. ซึ่งผู้ว่ากทม.ก็มาจากพรรคเดียวกัน จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ ว่าเกิดความขัดแย้งภายในหรือไม่ นายวัชระ กล่าวว่า เป็นประชาธิปไตยภายในที่เกิดขึ้น ความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ที่ตนออกมาเรียกร้องเพราะกล้องซีซีทีวีไร้ประสิทธิภาพ และประชาชนก็ออกมาร้องเรียนซึ่งเราไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุที่ตรวจสอบการทำงานของพรรค เพราะม.ร.ว.สุขุมพันธ์ เป็นคนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และมีกระแสข่าวว่ามีความพยายามจะสนับสนุนให้ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ เป็นหัวหน้าพรรคแทนนายอภิสิทธิ์หรือไม่ นายวัชระ กล่าวว่า ไม่ใช่ความจริง เพราะนายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีตส.ส.กทม. ซึ่งได้ร่วมตรวจสอบกับตนก็เป็นมือขวาของนายสุเทพเช่นกัน





