วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดใจ'จักรทิพย์' แม่ทัพสีกากี

เปิดใจ "พล.ต.อ.จักรทิพย์" ผบ.ตร.คนใหม่ แม่ทัพสีกากีคนล่าสุด

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ในรายการชุมชนคนชอบช่วยทางช่องเนชั่นทีวี หลังได้รับตำแหน่งว่า นโยบายเชิงรุกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องปลดป้ายจอดรถของผกก.และรองผกก.เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่เข้าไปติดต่อราชการ ซึ่งที่ผ่านมามีประชาชนไม่สามารถหาที่จอดรถในสถานีตำรวจได้ ซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีสถานีตำรวจทั้ง 1,468 โดยให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ (รอง ผบ.ตร.) เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ทั้งหมด รวมถึงตำรวจทุกสถานีต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เข้าไปใช้บริการ โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมตำรวจกว่า 1,000 นายที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ตำรวจชั้นผู้น้อยทราบทิศทางในการปรับขององค์กรว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุว่านโยบายเปิดโรงพักดำเนินการ 24 ชม.ลักษณะคล้ายเซเว่น โดยให้แจ้งความที่โรงพักสามารถได้ตลอด 24 ชม. แต่โรงพักมีช่องว่างระหว่างตำรวจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งถ้าปรับให้ดีเชื่อว่าองค์กรตำรวจสามารถทำได้ ไม่ยาก มีคนไม่กี่ประเภทที่กลัวตำรวจคือโจร มิจฉาชีพ คนร้าย ซึ่งตำรวจไม่เป็นกับมิตรกับพวกนี้อยู่แล้วแต่เป็นมิตรกับประชาชน อย่างแรกต้องให้ตำรวจรักประชาชนก่อนแสดงให้ประชาชนเห็นให้มีความเชื่อมั่นในความเป็นผู้พิทักษ์สันติราช ไม่ใช่ไปข่มขู่แต่อาจจะมีตำรวจบางนายที่เป็นเช่นนั้นแต่จะนำคนพวกนั้นไปปรับทัศนคติเพื่อต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ดีขึ้น

ส่วนนโยบายเสียค่าปรับ 24 ชม .เพื่อต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยยืนยันว่าต้องการอำนวยความสะดวกประชาชนปรับโรงพักให้มีการดำเนินการตลอด 24 ชม.ในการชำระค่าปรับ ไม่ใช่ให้ประชาชนไปเสียค่าปรับในช่วง 12.00 น. -13.30 น. เพราะปกติตำรวจทำงานในสถานีตำรวจมีอยู่ตลอด 24 ชม. ซึ่งตนกำลังหาแนวทางการชำระค่าปรับใบสั่งให้ได้ภายใน 24 ชม. เพราะว่าตำรวจส่วนหนึ่งจะมีหน้าที่ป้องกันปราบปราม สืบสวน จราจรและธุรการ ซึ่งกำลังจะเริ่มดำเนินการในไม่ช้านี้ โดยจะดำเนินคู่ไปกับนโยบายปลดป้ายที่จอดรถผกกและรอง.ผกก.เน้นให้บริการประชาชนรวมถึงการปรับทัศนคติของตำรวจชั้นผู้น้อย ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังกล่าวต่ออีกว่า “ที่ผ่านมาภาพลักษณ์องค์กรตำรวจถูกมองไปในทางที่ไม่ดีแต่ผมเชื่อในองค์กรของผมว่า 70 %ยังดีอยู่ถึงได้ขับเคลื่อนมาโดยตลอดก็ต้องให้โอกาศให้ความเป็นธรรมบ้าง ส่วนน้อยมีแต่ผมสามารถดำเนินการได้ผมมีลูกอยู่กว่า 200,000 คน ลูกคนไหนไม่ดีผมดุด่าว่ากล่าวเฆียนตีเอา หากไปทำอะไรแล้วถูกจับได้ก็ต้องอยู่ในกติกาเพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมาให้องค์กรตำรวจ”

สำหรับนโยบายลดปัญหาอาชญากรรมทุกวันนี้ปัญหายาเสพติดมักไปเกี่ยวข้องกับเหตุลักทรัพย์ เหตุอาชญากรรมต่างๆเกือบ 80% ซึ่งได้มอบหมายงานให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญให้ไปดำเนินเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าหากเราจับผู้เสพยาเสพติดต้องมาสังเกตุว่าคดีอาชญากรรมลดลงหรือไม่เพราะที่ผ่านมาหากปัญหายาเสพติดลดลงปัญหาอาชญากรรมจะลดลงไปด้วย

"ในการปรับโครงสร้างตำรวจหากพบว่ามีตำรวจไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือพวกมิจฉาชีพ อย่างที่บอกผมมีลูกกว่า 200,000 คน หากคนไหนไปทำอะไรแล้วจับได้ก็ต้องถูกดำเนินการไปตามกฏหมายและระเบียบวินัยตำรวจหากผิดมากก็ไล่ออกไป ผมไม่เอาอยู่แล้ว เพราะนี้คือตัวบั่นทอนองค์กรผม ตอนนี้ก็บอกเขาทำอย่างไรให้ประชาชนศรัทธาเป็นที่รักของพี่น้องประชาชนให้เป็นที่พึ่งของประชาชน ผมเป็นองค์กรที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุดแล้ว"ผบ.ตร.กล่าว

สำหรับตำรวจอาสาที่เข้ามาช่วยงานตำรวจและมีการกระทบกระทั่งกับพี่น้องประชาชน ในส่วนนี้บางครั้งกำลังของตำรวจขาดซึ่งอาสาที่เข้ามาร่วมงานกับตำรวจเชื่อว่าจะต้องมีการคัดกรองต้องเคยทำความดีจึงถูกคัดกรองให้มาเป็นผู้ช่วยแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการถือกฏหมาย แต่ได้ดำเนินการไปบ้างแล้วหากไม่จำเป็นก็ไม่ควรนำมาปฎิบัติงานร่วมตำรวจ ส่วนด่านลอย ด่านจ๊ะเอ๋ ไม่ควรมีเพราะสุ่มเสี่ยงเกรงประชาชนอาจได้รับอันตราย ซึ่งหากไปเก็บเงินรีดไถ่ประชาชนมันก็เป็นลบ แต่หากเป็นการกั้นสกัดจุดเมื่อมีเหตุก็เป็นเรื่องดี แต่ในอย่างไตรมาศแรกต้องการให้พี่น้องประชาชนเกิดความเชื่อมั่นก่อนว่าสิ่งเหล่านี้มันจะไม่มีหรือให้มันค่อยๆหายไป ให้พี่น้องประชาชนเกิดความสบายใจ ให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนได้