วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯโชว์พลังแข้งมวยไชยา แนะศธ.ให้นร.เรียนศิลปมวยไทย

นายกฯประยุทธ์ โชว์พลังแข้งมวยไชยา ย้ำวิชาศิลปมวยไทยให้ศธ.บรรจุไว้เรียนในภาคบ่าย

ทำเนียบรัฐบาล - 20 ต.ค.58- เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ปรยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)โดยก่อนการประชุม กระทรวงวัฒนธรรม โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ได้นำศิลปินดาราเข้าพบเพื่อรณรงค์กิจกรรมเนื่องในปีรณรงค์ความเป็นไทย ผ่านโครงการชู3ระดับ วิถีท้องถิ่น วิถีไทย วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมอาเซียน และมรดกไทย มรดกโลก เพื่อเสริมสร้างความเป็นไทยสู่ประชาชน ประเทศอาเซียน และประเทศทั่วโลกผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยมีพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมรณรงค์ ซึ่งระหว่างการเยี่ยมชม อาจารย์แม่มาตา เทวลัยองค์พระบิดา มารดาศรีมหากาลี มอบพระสารีริกธาตุให้กับนายกรัฐมนตรี จุดประสงค์อยากให้นายกฯและคนทั้งประเทศ เป็นประเทศที่มีบุญที่สุดในโลก อยากให้ส่งเสริมเรื่องของพุทธศาสนา ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่าจะเก็บรักษาไว้ที่ทำเนียบรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ได้แนะนำเรื่องของการเรียนรู้วัฒนธรรมโบราณกับความเป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยนายกรัฐมนตรีแนะนำว่าในเรื่องของ“ธงกฐิน”หลายคนอาจยังไม่รู้จักและไม่เข้าใจความหมาย อยากให้ช่วยกันอนุรักษ์ และฟื้นฟูให้ทุกคนได้มีความเข้าใจเพราะไม่เช่นนั้นอาจจะสูญหายไปได้ ก็ขอให้ทุกคนได้ช่วยกัน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมซุ้มมารยาทไทย อาหารไทยท้องถิ่น การใช้ผ้าไทยผ้าถิ่น การใช้ภาษาท้องถิ่น การส่งเสริมภาพยนต์ไทย ภูมิปัญญาไทย กิจกรรมประเพณีการแสดงเพลงฉ่อยของชาวมอญ ขนมไทยโบราณ และศิลปมวยไทยไชยา หรือมวยคาดเชือก โดยหลังชมศิลปมวยไทยไชยา พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้ออกลีลาแม่ไม้มวยไทย“เหวี่ยงแข้งไชยยา”หรือการเตะตัดเข้ากระเดียดน้ำ ( บั้นเอว) ใส่นักมวย เพื่อโชว์สื่อมวลชนเรียกฮือฮาด้วย พร้อมระบุว่าวิชาศิลปมวยไทยแบบนี้ควรจะให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุในภาคบ่ายให้กับนักเรียนหลังที่เลิกเรียนทางวิชาการแล้ว เพื่อที่นักเรียนคนใดสนใจจะได้ศึกษาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งหลังแนะนำให้ทุกคนช่วยกันรักษาและฟื้นฟูศิลปว่า“ทำอะไรก็แล้วแต่อย่าให้เป็นภาระ”ว่า จะทำอะไรในการณรงค์ก็ต้องให้ประชาชนทำด้วยความสมัครใจ คารพร้อมก็ทำ หากคาไม่พร้อมก็สามารถแสดงออกทางกาย ทางใจได้ อย่างเช่นของการแต่งกายแบบไทยๆนั้น ที่ผ่านมาก็ไม่ได้บังคับ แต่เป็นการขอร้องว่าใครทำได้ก็ทำ มีก็ใส่ไม่มีก็ไม่ต้องใส่ อย่ามาเถียงกันให้เกิดความเสียหาย