ปลัดมหาดไทยถกร่วม 3 หน่วยบูรณาการเร่งเคาะแผนชุมชน 8 มาตรการหลัก อุ้มเกษตรกรสู้ภัยแล้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมบูรณาการ การแก้ไขปัญหาวิกฤตภัยแล้ง และพิจารณากำหนดกรอบแนวทางการจัดทำแผนชุมชน ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงบประมาณ และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานสำรวจความต้องการและจัดทำแผนชุมชนเพื่อแก้ไขวิกฤติภัยแล้งปี 2558 - 59 ที่เป็นมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการตามมาตรการที่ 4 สำรวจความต้องการและจัดทำแผนงาน โครงการ กิจกรรม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบให้เสร็จใน 30 วัน เพื่อรวบรวมข้อมูล ให้คณะกรรมการอำนวยการบูรณาการแก้ไขปัญหาวิกฤติภัยแล้ง ปี 2558 – 59 ได้พิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการช่วยเหลือให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด และมีแนวทางการทำงานที่ชัดเจนต่อไป
นายกฤษฎา กล่าวว่า กรอบการดำเนินงานในการสำรวจความต้องการ และจัดทำแผนชุมชน กระทรวงมหาดไทยได้นำเสนอกรอบแนวทางการจัดทำแผนชุมชน ให้ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือถึงรายละเอียด ที่จะดำเนินการต่อไป โดยมีการกำหนดเป้าหมายและวิธีดำเนินงานภายใต้ “โครงการพัฒนาอาชีพตามความต้องการของหมู่บ้าน-ชุมชนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้ง” มี 5 เป้าหมายสำคัญ 1.การน้อมนำหลักการทรงงาน “ระเบิดจากข้างใน” คือให้ประชาชนตัดสินใจทำด้วยตนเองอย่างเหมาะสมและยั่งยืน 2.เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล 3. สร้างโอกาสในการปรับเปลี่ยนอาชีพ 4. ลดความขัดแย้งจากการใช้น้ำของเกษตรกรในพื้นที่ และ5. สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชน และกำหนดหลักการสำคัญ ให้ประชาชนต้องสมัครใจในการเข้าร่วมโครงการ และดำเนินการตามแนวทางประชารัฐ โดยทีมประเทศไทยในพื้นที่มีประชาชนและราชการ ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจในการดำเนินการด้วยตนเอง
"สำหรับแนวทางการดำเนินงานในการจัดทำแผนชุมชน ได้กำหนดให้หน่วยงานระดับกระทรวง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ร่วมกันจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ น้ำ พื้นที่ และข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพ หรือสินค้าและบริการที่เป็นความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลให้ทีมประเทศไทย ประจำตำบล หมู่บ้าน และชุมชน ที่มีผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ภาคประชาชน ร่วมกับข้าราชการประจำตำบล นำเสนอต่อประชาชนในพื้นที่เพื่อประกอบการตัดสินใจในการจัดทำแผนชุมชน จากนั้นกระทรวงมหาดไทยจะรวบรวมข้อมูลที่ได้รับจากในพื้นที่เสนอผ่านขึ้นมาตามลำดับตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป"ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว
นอกจากนี้ที่ประชุมยัง หารือถึงขอบเขตตัวอย่างประเภทโครงการที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนกับโครงการความช่วยเหลืออื่นๆ โดยกำหนดกรอบการเสนอโครงการประเภทการจัดการแหล่งน้ำการเกษตรกรของชุมชน การผลิตด้านการเกษตร การแปรรูปการเกษตร เศรษฐกิจพอเพียงสร้างแหล่งอาหารในชุมชน การพัฒนาอาชีพ และการสร้างรายได้ รวมถึงแนวทางการวางแผนด้านการตลาดเพื่อรองรับผลผลิตด้านการเกษตรที่จะออกสู่ท้องตลาด เพื่อการบริหารจัดการโครงการดังกล่าวให้เป็นไปอย่างครบวงจร สอดคล้องกับการกำหนดโซนนิ่งภาคการเกษตรที่จะมีการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
ขณะเดียวกัน ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง ได้ส่งหนังสือแจ้งถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาดังกล่าว โดยมีเนื้อหาระบุว่า กรมการปกครองในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบตาม พ.ร.บ.บำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 พิจารณาเห็นควรให้เกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง ได้รับการยกเว้น หรือลดภาษีบำรุงท้องที่การกำหนดชำระในเดือน เม.ย. 2559 เฉพาะพื้นที่เพาะปลูกที่ประสบปัญหา และได้รับความเสียหาย โดยให้พิจารณาตาม มาตรา 23 แห่ง พ.ร.บภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการยกเว้นภาษีหรือลดภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.2509 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2527
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวต่อว่า เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่เพาะปลูก ที่ได้รับความเสียหายจากภัยแล้งในปี 2558 การงดเว้น หรือลดหย่อนภาษีดังกล่าว มีสาระสำคัญ 2 ประการ ดังนี้ 1.ที่ดินที่ใช้ในการเพาะปลูกเสียหายมากผิดปกติหรือทำการเพาะปลูกไม่ได้จากปัญหาภัยแล้ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณายกเว้นภาษีหรือลดภาษีบำรุงท้องที่ ให้แก่ราษฎรผู้ได้รับความเดือดร้อน 2.หลักเกณฑ์ในการยกเลิกภาษีบำรุงท้องที่ ได้แก่ ผุ้เสียภาษีบำรุงท้องที่รายใดที่ได้รับความเสียหายเกินกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนที่ดินในการเพาะปลูกให้ยกเว้นภาษีทั้งหมด และผู้ที่ได้รับความเสียหายเกินกว่า 1 ใน 3 แต่ไม่เกิน 2 ใน 3 ของที่ดินที่ใช้ในการเพาะปลูก ให้ลดภาษีในส่วนที่เสียหาย
“มาตรการช่วยเหลือประชาชน ในการยกเว้น หรือลดภาษีบำรุงท้องที่ ที่ประสบภัยแล้งจะก่อให้เกิดความเข้าใจ และมีความเชื่อมั่นต่อภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ ทำให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากพืชผลการเกษตรได้รับความช่วยเหลือ และมีเงินทุนพอสำหรับเลี้ยงชีพและลงทุนทำการเกษตรต่อไปได้” อธิบดีกรมการปกครอง กล่าว




