วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประธานสนช.รับ!ถก'ประยุทธ์'ออกคำสั่งคสช.เรื่องเลขาฯสภา

"พรเพชร" ประธานสนช. ในฐานะประธานรัฐสภา แจงคสช.เลิกคำสั่งย้ายขรก.รัฐสภาข้ามห้วย เผยเสนอ "ประยุทธ์" เอง หวั่นปัญหาภายในบานปลาย

กระทบงานแม่น้ำ 3 สาย ระบุไม่คิดคนในรัฐสภาจะไม่พอใจ เหตุเห็นเป็นคนในรัฐสภาเหมือนกัน พร้อมแจงยิบ ปมเด้ง “จเร” เหตุไม่สนองงานปราบทุจริตโดยเร็ว-บ.ชิโนไทยฯ ทำหนังสือร้อง จนท.รัฐสภาปฏิบัติงานมิชอบ เหตุให้งานก่อสร้างรัฐสภาใหม่ล่าช้า ตั้ง “เลขาวุฒิสภาฯ” สอบข้อเท็จจริงแล้ว ส่วนพิจารณาตั้งเลขาธิการสภาฯ คนใหม่ ต้องใช้เวลาพิจารณา เหตุรองเลขาธิการสภาฯ บางคนถูกตั้งกรรมการสอบฯ 

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานรัฐสภา แถลงกรณีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 37 กรณีย้ายนายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปทำหน้าทื่ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกฯ และให้นายนัฑ ผาสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ทำหน้าที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแทนและฉบับที่ 38 ที่มีเนื้อหาสำคัญ คือ ให้นัฑคงดำรงตำแหน่งราชการในสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาตามเดิม โดยไม่ถือว่าเคยได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่า ในกรณีแรก ที่ให้นายจเร พ้นตำแหน่งเลขาธิการสภาฯ นั้นเป็นเพราะคสช. เกิดความกังวลต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่สร้างความเสียหาย มีความบกพร่อง และการดำเนินงานล่าช้า ทั้งในเรื่องโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่ตามสัญญาจะครบกำหนดก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายน 2558  แต่ล่าสุดพบว่าความคืบหน้าก่อสร้างมีเพียง 15 – 17 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยคาดว่าหลังจากนี้จะมีปัญหาทางกฎหมาย ประเด็นการฟ้องร้องต่อไป และการไม่เร่งรัดดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนการทุจริตในสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้เป็นข้อยุติเรียบร้อยโดยเร็ว จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบุคลากรเพื่อให้แก้ปัญหาทั้ง 2 เรื่อง

                  

                นายพรเพชร กล่าวต่อว่ากรณีที่ให้นายนัฑ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย หรือเทียบเท่าระดับ 11 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้น เป็นข้อเสนอของตนที่ให้กับคสช. เพราะต้องการหาผู้ที่แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ลุล่วง เนื่องจากการแก้ปัญหาสำคัญดังกล่าวนั้นต้องการผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายอย่างมาก โดยไม่ได้คำนึงถึงประเด็นการย้ายข้าราชการข้ามหน่วยงาน หรือข้ามห้วย เพราะในข้อเท็จจริงข้าราชการรัฐสภาเป็นประเภทเดียวกัน แต่เมื่อมีปฏิกิริยาที่ค่อนข้างรุนแรง ตนต้องรับมาพิจารณา ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ฐานะหัวหน้าคสช. เป็นห่วงและได้ปรึกษากับตน

โดยตนมีความเห็นว่าในภาวะปัจจุบันการดำเนินงานของรัฐสภาที่ต้องสนับสนุนงานของแม่น้ำ 3 สาย ได้แก่ สนช., สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อม หรือประเด็นที่กระทบต่อความรู้สึกของบุคลากร จึงได้กราบเรียนนายกฯ ซึ่งนายกฯ ได้เห็นด้วยจึงออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 38 ให้นายนัฑกลับไปดำรงตำแหน่งเดิมในสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา  ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ว่างอยู่นั้น ตนได้ลงนามตั้งรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่อาวุโสสูงสุด รักษาราชการแทนไปก่อน ส่วนบุคคลใดจะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาฯ ถาวรนั้น ต้องใช้เวลาพิจารณาให้รอบคอบอีกครั้งโดยใช้กระบวนการพิจารณาตามปกติ 

 “ผมยังไม่รู้ว่าต้องใช้ระยะเวลาเท่าใดที่จะตั้งผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร  ทั้งนี้เมื่อพิจารณาข้อมูลพบว่ารองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่หลายคนนั้น บางคนอยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบ ดังนั้นขอให้เวลาผมหน่อย แต่เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่ขาดตกบกพร่อง เมื่อได้คนที่เข้ามาทำงานแล้วงานชิ้นแรกที่จะท้าทาย คือการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นและโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาที่ล่าช้า” นายพรเพชร กล่าว

นายพรเพชร กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาที่ล่าช้า ว่า ตนไม่อยากให้มีการฟ้องร้องใด ๆ เกิดขึ้น แต่หากถึงขั้นตอนฟ้องร้อง หรือการทิ้งงาน รอให้ประมูลใหม่จะเกิดความเสียหายอย่างมาก ทั้งงบประมาณ และระยะการปฏิบัติงาน ดังนั้นการแก้ปัญหาต้องใช้เทคนิค และวิธีการพิเศษที่ต้องดำเนินการให้ได้ แม้จะเป็นงานที่หนัก อย่างไรก็ตามประเด็นการก่อสร้างที่ล่าช้า มีข้อร้องเรียนมาจากบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ว่าการก่อสร้างล่าช้า เพราะความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐสภา ที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ โดยไม่ระบุชื่อชัดเจน เช่น การส่งมอบที่ดินโรงเรียนโยธินบูรณะล่าช้า จำนวน 4 เดือน เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐสภาโอนเงินเข้าบัญชีผิด ซึ่งไม่ใช่โรงเรียนโยธินบูรณะ ทำให้โรงเรียนโยธินบูรณะไม่ได้รับเงิน เพื่อก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารใหม่ ตนจึงต้องตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยนางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา เป็นประธานกรรมการ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่จะรักษาราชการแทน คือ นางจันทร์เพ็ญ อานามวัฒน์ รองเลขาธิการสภาฯ ที่อาวุโสสูงสุด ขณะที่บรรยากาศที่รัฐสภา ไม่พบการเคลื่อนไหวหรือการทำกิจกรรมตามที่มีข่าวว่าจะมีข้าราชการแต่งชุดดำเพื่อแสดงสัญลักษณ์ไม่พอใจต่อการโยกย้ายข้าราชการหรือมีกิจกรรมส่งนายจเร ไปทำเนียบรัฐบาลนั้นแต่อย่างใด