“พรรคเพื่อไทย” ค้านเพิ่มอำนาจ “กกต.-ป.ป.ช.” แนะตั้งองค์กร ตรวจสอบ ป.ป.ช. ชี้ ม.35 ทำรธน. เหมือนเดิม
นายอำนวย คลังผา อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีที่คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ขอให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) เพิ่มอำนาจให้องค์กรตัวเองว่า ตนไม่เห็นด้วยเพราะเห็นว่าที่ผ่านมาอำนาจของกกต. และป.ป.ช.มีมากเกินควรและมีอำนาจเต็มที่แล้ว ขณะเดียวกันอยากให้มีเพียงป.ป.ช.ระดับจังหวัด ส่วนกลางให้ยุบทิ้ง ปัจจุบันมีหมื่นคดีอยู่ในป.ป.ช.ส่วนกลาง แต่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จ บางคดีปล่อยปละละเลยให้หมดอายุความ เห็นควรให้กระจายงานแก่ป.ป.ช.แต่ละจังหวัดเพื่อความรวดเร็ว เที่ยงธรรม ไม่คั่งค้าง และให้ศาลแต่ละจังหวัดเป็นผู้ตัดสิน
ขณะเดียวกันอยากให้มีองค์กรตรวจสอบป.ป.ช. และประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของป.ป.ช.ได้ ว่าทำหน้าที่ถูกต้องชอบธรรมตามกระบวนการกฎหมาย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ และขอให้ข้าราชการระดับซี 3 ขึ้นไปทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. และป.ป.ช.เองต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินและเปิดเผยให้สาธารณะชนทราบด้วย ทั้งแม่ทัพนายกอง ทุกคนต้องโปร่งใส ใครที่จะมาเป็นตัวแทนของรัฐต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดโดยแจ้งต่อกกต.จังหวัด ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน ไม่ใช่มาตรวจสอบแต่คนอื่น ว่านักการเมืองเป็นคนไม่ดี การทำเช่นนี้จะทำให้สังคมไม่เกิดความเคลือบแคลงสงสัย
นายอำนวย กล่าวอีกว่า ส่วนแนวคิดที่จะให้ตั้งศาลเลือกตั้ง ตนไม่เห็นด้วยควรให้ศาลแต่ละจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ควรเพิ่มองค์กรขึ้นอีกเพราะจะเป็นภาระแก่รัฐบาล ส่วนการร่างรัฐธรรมนูญยังเชื่อว่ารูปแบบจะไม่ต่างจากเดิมเพราะมีกรอบของมาตรา 35 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดไว้ ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อีกในอนาคต ส่วนการกำหนดนโยบายที่พยายามสกัดประชานิยมมองว่าคิดผิด เพราะทุกรัฐบาลต้องดูแลความเดือดร้อนของประชาชน และทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข อย่ามองว่าประชานิยมเป็นการมอมเมาประชาชนเพราะเรื่องนี้เป็นการช่วยเหลือประชาชน ขอให้ยึดโยงประชาชน อย่าไปยึดสิทธิของประชาชนมากเกินไป ขอให้ประชาชนได้ใช้สิทธิตัวเองให้เต็มที่เพื่อความสุขของประชาชน





