วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมที่ดินเข้ม'ปปส-ปปง.' โชว์โฉนดที่ดิน

อธิบดีที่ดิน เข้มจับมือ"ป.ป.ส-ป.ป.ง." โชว์โปรเจคแปลงโฉมโฉนดที่ดินเข้ายุคดิจิทัล แจงทำแล้ว 33 ล้านแปลง เตรียมรุกคืบเดินหน้าครบ 5.8 ล้านแปลง

นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)พร้อมด้วยตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ(ป.ป.ส.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) ร่วมกันตรวจเยี่ยมอาคารรังวัดและทำแผนที่ รวมถึงแสดงเทคโนโลยีแผนที่ที่ดินเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยกรมที่ดินได้จัดทำโครงการศูนย์ข้อมูลที่ดินและแผนที่แห่งชาติ (ระยะที่1)ปีงบประมาณ พ.ศ.2556เพื่อสนองนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งดำเนินการนำเข้ารูปแปลงที่ดินดิจิทัล และภาพลักษณ์โฉนดที่ดิน ประมาณ 5.8 ล้านแปลง

ขณะนี้อยู่ในระบบดิจิทัลแล้วประมาณ33ล้านแปลง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการใช้ประโยชน์ และวางแผนในข้อมูลที่ดิน ตามนโยบายรัฐบาล ใช้เป็นมาตรฐานการใช้ประโยชน์ในที่ดินให้เกิดความชัดเจน รวมถึงสนับสนุนงานราชการส่วนท้องถิ่นในการจัดเก็บภาษี นำเข้าเอกสารสิทธิที่ดินให้อยู่ในรูปดิจิทัล และจัดทำระบบสารสนเทศการใช้ประโยชน์ที่ดินในลักษณะเว็บ แอพพลิเคชั่น(Web Application)ประชาชนสามารถค้นหาที่ดินของตนเองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่แสดงเป็นภาพ360องศา ค้นหาเส้นทาง ระยะทาง และสามารถทราบสภาพแวดล้อมของพื้นที่ได้

นายอภินันท์ กล่าวว่า กรมที่ดินมีหน้าที่เรื่องการทำทะเบียนที่ดิน การที่กรมที่ดินทำงานมา134ปี ทำให้ข้อมูลที่ดินมีความพร้อมในหลายระดับ กรมที่ดินกำลังพัฒนาศูนย์ข้อมูลที่ดินและแผนที่ระวางให้สามารถตอบสนองความต้องการทั้งภาครัฐและเอกชน ขณะนี้กรมที่ดินกำลังจัดทำศูนย์เหล่านี้ขึ้น โดยใช้ฐานข้อมูลทั้งหมดเก็บเข้าในไฟล์ดิจิทัล เพื่อจัดทำแผนที่ของการใช้ประโยชน์ที่ดินของภาคเอกชน ขณะนี้เราเก็บได้2ล้านแปลง ใน54จังหวัด คาดว่า ภายในปี2558ถึงปี2559จะเก็บได้ทั่วประเทศ เราจะมีฐานข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ว่า เรามีเอกสารสิทธิ์อยู่ที่ไหนบ้างในภาคเอกชน ขณะเดียวกันทางรัฐบาลเองได้ให้ความสำคัญในการจัดรูปแปลงที่ดินของที่ดินรัฐ

ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นประธานในการบูรณาการการทำแผนที่รูประวางต่าง ๆ ของที่ดินรัฐ โดยกรมที่ดินพร้อมที่จะสนับสนุนเพื่อจะเอารูปแปลงที่ดินของรัฐมาลงในแผนที่ระวางให้หมด รวมถึงฐานข้อมูลทั้งของเอกชนและฐานข้อมูลที่ดินของรัฐ คาดว่า ในปี2559คงจะแล้วเสร็จและสามารถบูรณาการฐานข้อมูลให้เป็นเรื่องเดียวกัน แล้วเป็นฐานข้อมูลที่ตรวจค้นได้ มีประโยชน์ทั้งภาคเอกชนในการพิจารณาลงทุน การตรวจสอบเอกสารสิทธิ ตรวจสอบสภาพการถือครอง ถือประโยชน์ต่าง ๆ กับภาครัฐ ส่วนการบุกรุกที่ดินของรัฐและการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ไปออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ กรมที่ดินถือเป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมที่จะพัฒนาระบบโครงสร้างนี้ให้เป็นศูนย์ข้อมูลและแผนที่ระวางของชาติได้ในอนาคต

"ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ เราเปิดข้อมูลที่พัฒนาให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษาข้อมูลด้วย ประชาชนสามารถตรวจค้นข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ด้วยตนเอง สามารถทราบว่า ที่ดินของตนเองมีอยู่ตรงไหนบ้าง และสามารถรับบริการที่สำนักงานที่ดินได้ เพราะขณะนี้เรามีสำนักงานกว่า50สำนักงานที่ใช้ระบบออนไลน์ ประชาชนจะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ถ้าระบบมีความสมบูรณ์ ก็จะช่วยให้ทุกฝ่ายมีรายได้เพิ่มมากขึ้นทั้งรัฐและเอกชน แต่ว่าการจัดระบบแบบนี้ต้องมีการบูรณาการทุกฝ่าย โดยเฉพาะที่ดินของรัฐ ที่สุดแล้วก็คาบเกี่ยวเรื่องเอกชนไปคาบเกี่ยวที่ดินของรัฐ หรือรัฐมาทับที่เอกชน พอเราทำตรงนี้เสร็จเอกชนก็จะได้สบายใจ เราตรวจสอบได้ง่ายขึ้น สำหรับการตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ดินต้องดูรายละเอียดเป็นรายแปลงหรือพื้นที่ เพราะกฎหมายมีหลายฉบับ บางครั้งประกาศเร็ว ประกาศช้าบ้าง เพราะงานปัญหาที่ดินก็เป็นเหมือนขนมชั้นที่มันซ้อนกันอยู่ ต้องแกะออกมาทีละชั้น ถ้ามีปัญหาที่ดินตรงไหนต้องไปตรวจสอบก่อน อย่างไรก็ตามมีที่ดินของประชาชนถือครองก่อนประกาศกฎหมาย บางที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริตโดยการนำที่ดินของรัฐไปออกเอกสารสิทธิ์ก็มี ตรงนี้เราต้องปราบปราม" อธิบดีกรมที่ดิน กล่าว

นายอภินันท์ กล่าวว่ากรมที่ดินจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชิญเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด สาขา และส่วนแยก รวมถึงเจ้าหน้าที่บริหารที่ดินระดับอำเภอ มาทำข้อตกลงด้วยกันว่า ข้าราชการใน สังกัดกรมที่ดิน ต้องรับรู้นโยบายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมิชอบที่จะต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง พร้อมรับการตรวจสอบจากหน่วยงานภายในและภายนอก รวมถึงการประเมินประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการปฏิบัติราชการ โดยเฉพาะการบริการประชาชน นอกจากนี้จะต้องรับผิดชอบหากเกิดเหตุการณ์ทุจริต จะต้องถูกดำเนินการทางวินัย อาญา และแพ่ง อย่างไม่ละเว้น