วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประสาร'แนะสปท. ผลักดันการปฏิรูปไปสู่การปฏิบัติ

"ประสาร"เสนอสปท. มุ่งเน้นผลักดันการปฏิรูปไปสู่การปฏิบัติ

นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสปช. กล่าวว่า การตกผลึกการปฏิรูป 37 ประเด็น และ 6 วาระการพัฒนา ที่เป็นผลงานในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมาของสปช.นั้น เป็นต้นทุนการปฏิรูปที่มีค่ามาก เป็นผลจากการศึกษาค้นคว้าอย่างรอบด้าน ครอบคลุมเกือบทุกประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องปฏิรูป ซ้ำยังระบุชัดถึงที่มาที่ไป เหตุและผล กรอบและวิธีการปฏิรูป รวมถึงกำหนดเวลาไว้อย่างเป็นรูปธรรม บางเรื่องสามารถทำได้เลย บางเรื่องต้องใช้เวลาสั้นยาวแตกต่างกันไปตามความซับซ้อนและยากง่ายของประเด็นปัญหา 

นายประสาร ชี้ว่าดูจากโครงสร้างสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พบว่ามีข้าราชการและผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจหลายคนเข้ามาเป็นสมาชิกด้วย เป็นการเอื้อต่องานการปฏิรูปที่ต้องอาศัยกลไกราชการเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ดังนั้น จึงเสนอว่า 1.การจัดรูปองค์กรของสภาขับเคลื่อน ไม่ควรจัดเป็นรูปแบบคณะกรรมาธิการซึ่งจะติดกรอบมุ่งเน้นที่การศึกษาเป็นหลัก เพราะทุกประเด็นการปฏิรูปนั้นมีผลการศึกษาใส่พานไว้ให้แล้ว เพียงไปหยิบเอามาก็สามารถต่อยอดด้วยการปรับแก้หรือนำไปผลักดันได้ทันที ไม่ต้องรอเวลา 

2.ขอเสนอให้จัดรูปองค์กรเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนการปฏิรูป โดยแบ่งเนื้องานเป็นด้านต่างๆ 11 ด้าน ตามรูปแบบแรกเริ่มของ สปช. และให้สมาชิกแต่ละคนรวมศูนย์พลังตนเองเลือกอยู่ในคณะทำงานที่ตนเองสนใจเพียงคณะเดียว โดยในแต่ละคณะทำงานต้องมี สปท.ที่เป็นข้าราชการระดับสูงหรือผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องอยู่ในคณะนั้นๆ เช่นคณะทำงานปฏิรูปพลังงานต้องมี ผู้ว่าการ กฟผ.เป็นต้น เพื่อให้เกิดผลในภาคปฏิบัติจริง

3.ให้จัดความสำคัญและความเร่งด่วนของประเด็นอย่างชัดเจน เลือกเอา 6-8 เรื่องที่ถือว่าไม่ปฏิรูปไม่ได้ เช่น ตำรวจ การทุจริต ความเหลื่อมล้ำ ระบบยุติธรรม การศึกษา สิทธิชุมชนในเรื่องดินน้ำป่าแร่ธาตุและพลังงาน การกระจายอำนาจแนวทางนี้จึงต้องบูรณาการหลายคณะทำงานเข้ามาร่วมกันทำงานในแต่ละเรื่อง 4.แต่ละเรื่องที่เร่งด่วนและสำคัญ ควรวางกำหนดเวลาให้ชัดเจน ทำเมื่อไร เสร็จเมื่อไร  เวลาที่เหลือจากนี้ไปไม่ถึงสองปีที่จะมีการเลือกตั้ง สปท.ทั้งหมดจึงควรสวมหัวใจสิงห์ สร้างผลงานที่เป็นจริงในทางปฏิบัติ ไม่มีเวลารีๆรอๆอีกต่อไปแล้ว อย่าไปคิดว่า ไว้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดอง(คปป.)ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเกิดได้จริงในรัฐธรรมนูญหรือไม่