รองนายกฯสอนทนายยิ่งลักษอุบไต๋ไว้เผยในศาล ดีกว่าพูดรายวัน ย้ำนายกฯไม่ลงนามคำสั่งปกครอง ไม่ใช้เลี่ยงถูกฟ้อง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คัดค้านการใช้คำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายคดีรับจำนำข้าวจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ และมีการให้ข่าวตอบโต้เป็นรายวัน ว่าไม่เป็นไรเป็นสิทธิของเขา เป็นเรื่องธรรมดา และทำให้รัฐบาลได้รู้จุดประสงค์ของเขาคืออะไร เขาทำอย่างนั้นก็ถูกต้องแล้ว เพราะเวลาที่เราจะถูกใครดำเนินคดีก็ต้องดิ้นรนเป็นธรรมดา และเห็นข่าวที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุไปถึงทนายของอดีตนายกฯว่า หากคิดว่าการดำเนินการของฝ่ายรัฐมีจุดบกพร่องแล้วเหตุใดจึงออกมา บอกก่อน ซึ่งก็มองว่าแปลกดี เพราะเมื่อเห็นอะไรบกพร่องแล้ว คิดว่าไม่เป็นธรรมแทนที่จะเก็บเงียบอุบไต๋เอาไว้สู้ในศาล
เมื่อถึงเวลาจะดำเนินคดีจึงยกมาพูดในศาลตูมเดียวให้หงายหลังกันไป ส่วนเรื่องใดที่ต้องการให้สังคมรู้ก็บอกมาได้ในบางเรื่อง แต่กลับมาบอกเป็นรายวันว่าอะไรไม่ดี แนะนำให้รัฐไปฟ้องศาลนั้นศาลนี้ซึ่งไม่รู้จะบอกทำไม วันนี้เปิดออกมาหมดจนอัยการ กระทรวงการคลังเห็นหมดแล้ว ในขณะที่รัฐบาลเปิดไม่หมดยังเก็บไว้อีกหลายเรื่อง
"เรื่องนี้รัฐบาลพยายามจะตอบคำถามต่างๆเพื่อสร้างความเข้าใจและให้รู้ว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ โดยระวังไม่ตอบอะไรให้เกิดความเสียหายโดยไม่จำเป็น การที่ฝ่ายหนึ่งร้องขอความเป็นธรรม ในขณะที่อีกฝ่ายร้องมาว่าหากรัฐบาลไม่ทำอะไรก็จะผิด ซึ่งก็เป็นเหตุผลหนึ่งถ้ารัฐปล่อยไปโดยที่คดีทางแพ่งมีอายุความภายใน 2 ปี หากปล่อยไปจะเป็นความรับผิดของรัฐบาล เรื่องนี้มีสนช.บางคนเคยตั้งกระทู้ถามมาแล้ว และไปตอบแทนนายกฯเหมือนกันที่ให้สัมภาษณ์ว่าการดำเนินการเป็นไปตามพ.ร.บ.ความรับผิดในทางละเมิด และอธิบายขั้นตอนทุกอย่างไม่มีอะไรแตกต่างจากที่พูดขณะนี้ และพูดด้วยซ้ำว่านายกฯ จะลงนามเกี่ยวข้องในส่วนแรกเท่านั้น ไม่ใช่เพิ่งมาแอบเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว"นายวิษณุ กล่าว
รองนายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่ทนายความอดีตนายกฯยกพ.ร.บ.วิธีปฎิบัติราชการในทางปกครอง ขึ้นมากล่าวอ้างว่าการดำเนินการเรื่องนี้ไม่ใช้กับครม.นั้น กฎหมายดังกล่าวเป็นอีกฉบับและมีเงื่อนไขในการนำมาใช้ และตอนนี้ไม่นำมาใช้กับครม.เพราะกำลังพูดถึงบางคนในครม.ซึ่งมีทั้งรับผิดเป็นส่วนตัว และรับผิดเป็นส่วนรวม ยกตัวอย่าง คดีหวย 2 ตัว3 ตัว เขาฟ้องทั้งครม. แต่เมื่อถึงเวลาศาลแยกเป็นรายคนว่าใครผิด
เมื่อถามว่าการที่นายกรัฐมนตรี ไม่ต้องลงนามในขั้นที่สองเมื่อส่งเรื่องถึงคณะกรรมการความรับผิดทางละเมิด เป็นการเลี่ยงให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องถูกฟ้องกลับ นายวิษณุ กล่าวว่า ถึงนายกฯจะไม่เซ็นต์ ก็ไม่ใช่ว่าจะหาทางฟ้องไม่ได้ หากทนายเขาเก่งก็มีช่องดำเนินการฟ้องได้ จึงไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นแต่เป็นเพราะกฎหมายระเบียบข้อบังคับกำหนดไว้ และนายกฯระบุหากจำเป็นก็เซ็นต์ และหากนายกฯเซ็นต์ก็ไม่ใช่ว่าจะฟ้องได้และคนที่จะฟ้องต้องคิดให้ดีว่าจะฟ้องตัวคนหรือฟ้องที่ตำแหน่ง เพราะเมื่อนายกฯพ้นไปและมีคนใหม่เข้ามาทำงานต่อจะว่าอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถาม กรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลขยายเวลาให้เพื่อเชิญน.ส.ยิ่งลักษณ์ มาพูดคุย ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ครบกำหนดการให้เข้าชี้แจงครบเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา แต่มีบางประเด็นที่ผู้บังคับบัญชาต้องการให้สอบถามเพิ่มเติมซึ่งกรรมการยังให้คำตอบไม่ชัดเจน จึงให้ไปสอบถามอีกครั้ง จึงสามารถขยายเวลาออกไปได้อีก 30 วัน แล้วถามเขาไปใหม่ว่ายินดีจะมาอยู่หรือไม่ ส่วนจะถามอะไรนั้นไม่รู้และตอบไม่ได้
เมื่อถามว่าการเรียกเก็บค่าเสียหายตามกระแสข่าวที่เป็นวงเงินสูงถึงแสนล้านนั้น เป็นวงเงินมากที่สุดตั้งแต่มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ในกฎหมายดังกล่าวมีช่องทางที่สามารถผ่อนผันหรือลดลงมาได้ และไม่เข้าใจว่า ทนายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกมาชี้ถึงจุดอ่อนขั้นตอนการดำเนินการของรัฐบาลทำไม เหตุใดไม่ไปพูดในศาลทีเดียว
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยโต้กลับว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายที่ให้ประโยชน์กับชาวนา รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่เคยไปบอกนโยบายผิดอย่างที่มีการสังเกต และรัฐบาลระวังที่จะไม่พูด ซึ่งในสำนวนไม่ได้ระบุว่านโยบายผิดและอดีตนายกฯทุจริต แต่พูดว่ามีการปล่อยให้มีการทุจริต ซึ่งคนอื่นเป็นคนทุจริต และเมื่อมีการบอกว่าทุจริตมาแล้วกลับไม่มีการแก้ไข ไม่มีการตรวจสอบ และไม่ดำเนินการ จึงกลายเป็นความผิดของผู้บังคับบัญชา
ต่อข้อถามว่ากรณีที่พรรคเพื่อไทยเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 35 ว่าด้วยเสียงประชามติให้มีความชัดเจน นายวิษณุ กล่าวว่า เสนอมาได้ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ควรไปตำหนิอะไร แต่คนที่มีอำนาจจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญมีอยู่คนเดียวคือคสช.โดยที่คนพิจารณาคือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) รัฐบาลเองเสนอไม่ได้





