อดีตประธานสภาทนายอุดรฯ ยันผัว-เมียถูกหวย30ล้าน ฟ้องแบ่งเงินไม่ได้ แต่ฟ้องขอค่าเลี้ยงดูบุตรได้
กรณีที่ น.ส.เสาวณีย์ ทองวิเศษ พร้อมบุตรชายอายุ 8 เดือน ให้ทนายความพาเข้ายื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว จ.อุดรธานี เพื่อขอให้ศาลฯมีคำสั่งให้ นายยงยุทธ หรือ ปาน แก้วสวนจิก รปภ.หนุ่ม ที่ถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กันยายน จำนวน 30 ล้านบาท เพื่อให้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูและรับรองบุตรที่เกิดด้วยกันในจำนวนเงิน 10 ล้านบาท หลังจากที่ทะเลาะกัน
กล่าวหาว่า นายยงยุทธฯ ไม่สนใจลูกเมีย และให้แยกกันอยู่ ซึ่งนางเสาวณีย์ฯต้องการค่าเลี้ยงดูบุตร แต่เมื่อคุยกับนายยงยุทธฯ สามีปฏิเสธว่าไม่ได้เลิกกัน เพียงมีเรื่องทะเลาะกันตามประสาผัวเมีย และแยกกันอยู่ชั่วคราว เพราะต้องมาดูการเตรียมที่ดินสร้างบ้านใหม่ให้ลูกเมีย พร้อมยืนยันฝากเงินไว้ให้ลูกชายแล้ว 3 ล้านบาท อีก 10 ปีจึงเบิกได้และไม่ได้ทอดทิ้ง โดยโอนเงินให้ครอบครัวภรรยาไปก่อน 1.2 ล้านบาท เพื่อไปปรับปรุงบ้านและเลี้ยงลูก
โดยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2558 ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ ว่าที่ ร.ต.ดุสิต พรหมสิทธิ์ ที่ปรึกษาสภาทนายความภาค 4 และกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฏหมาย สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ อดีตประธานสภาทนายความ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ในกรณีที่ดังกล่าว ทราบจากข่าวว่า ทั้งนายยงยุทธ และ น.ส.เสาวณีย์ฯ 2 สามีภรรยา ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ซึ่งทรัพย์ที่ได้มาจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ใช่เป็นสินสมรส จึงไม่สามารถแบ่งเป็นสินสมรสได้ แต่ทั้งนี้ทั้ง 2 มีบุตรด้วยกัน ฉะนั้นทางฝ่ายหญิงจะต้องร้องต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าเด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อจะเรียกร้องร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้
“ส่วนเงินที่จะได้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพฐานะของฝ่ายชาย ปัจจุบันฝ่ายชายมีฐานะแล้ว ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรก็อยู่ที่ศาลจะพิจารณาให้ความเมตตา โดยต้องพิจารณาว่าเด็กอายุเท่าไร กว่าเด็กจะโตไปภายหน้า มีการศึกษาเข้ามหาวิทยาลัย หรือการดำรงชีพจะเป็นอย่างไร ซึ่งจะเป็นดุลยพินิจของศาลว่า ท่านจะมีคำสั่งให้จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรเท่าไร” ว่าที่ ร.ต.ดุสิต กล่าว
นายดุสิตฯ กล่าวอีกว่า ฐานะที่ตนเป็นทนายความที่มีประสบการณ์ว่าความเรื่องของครอบครัว ทั้งฝ่ายผู้ฟ้องและผูู้ถูกฟ้อง ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นถ้าเป็นเรื่องครอบครัว ตนอยากให้ทั้งสองฝ่ายได้หันหน้าเข้าหากัน เพื่อพูดคุยกัน อย่าถือทิฐิ ไม่ควรจะเอาชั้นเชิงต่าง ๆ มาดำเนินการ เพื่อเห็นแก่ลูก เห็นแก่ความสัมพันธ์ของ พ่อแม่ เห็นแก่เด็กที่จะเจริญเติบโตไปภายภาคหน้าว่า พ่อ แม่ มีความรัก มีความอบอุ่น ในครอบครัว เป็นการปลูกฝั่งให้เยาวชนของเราได้รู้ว่า ความรักในครอบครัวเป็นอย่างไร และเติบโตเป็นคนดีของสังคมต่อไป





