วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่ง'วิษณุ'เช็คลิสคดีความของรัฐกับเอกชน มี12คดี

โฆษกประจำสำนักนายกฯเผยนายกฯสั่ง”วิษณุ”เช็คลิสคดีความของรัฐกับเอกชน เผยพบมี 12 คดี ชี้เป็นการปกป้องผลประโยชน์ชาติ เพราะผลกรรมตกอยู่ในรบ.นี้

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงข้อสั่งการและคำปรารภของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในที่ประชุมครม.ว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมาย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ติดตามข้อมูลการฟ้องร้อง คดีความระหว่างรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกับบริษัทต่างประเทศหรือในประเทศ คดีความของข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ โดยดูทั้งที่รัฐบาลเป็นโจทก์และจำเลย เน้นให้ความสำคัญกับคดีที่มีวงเงินสูงตั้งแต่หลักพันล้าน หมื่นล้านบาท เป็นต้น เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ เห็นว่าเมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลซึ่งต้องดูแลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ว่ารัฐบาลจะชนะหรือแพ้คดีล้วนเกี่ยวเนื่องกับงบประมาณทั้งสิ้น เพราะคดีความเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เริ่มจากอดีตนายกฯหลายสมัย และที่ต้องมาติดตามเพราะไม่ว่าผลกรรมหรืออานิสงจะตกอยู่ที่รัฐบาลชุดนี้ ดังนั้นในฐานะที่เรารับผิดชอบในช่วงนี้ จึงต้องติดตามว่าถึงไหน อยู่ในชั้นใด

"นายวิษณุรายงานว่ามีคดีสำคัญๆ 12 คดี สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือรัฐบาลโจทก์และจำเลยเท่าๆกัน แต่เป็นโจทก์ก็ใช่ว่ารัฐบาลจะได้เปรียบ นอกจากนี้นายกฯสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เป็นเจ้าของคดีติดตามเรื่องของตัวเองว่าอยู่ในชั้นใด แต่จะดำเนินการอย่างไรจึงจะเป็นประโยชน์ เพราะหากละเลยคดีความจะหมดอายุ หากไม่ได้ทำก็จะหลายเป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับคดีความสำคัญๆที่นายวิษณุ จะเข้าไปดูความคืบหน้า เช่น ค่าทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ การฟ้องร้องสถานีโทรทัศน์ไอทีวี การทุจริตบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน โครงการโฮปเวลล์หรือโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพมหานคร คดีบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส โครงการทางด่วนสายบางนา-บางปะกง โครงการรับจำนำข้าว การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจูทูจี ของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าระหว่างประเทศ และเอกชน 14 ราย

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมครม.นายวิษณุ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุม ครม.ถึงการดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข่าวว่า ไม่มีใครเคยกล่าวหาว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นเรื่องของการทุจริต แต่เป็นการกล่าวหาว่าอดีตนายกฯ ที่ปล่อยปะละเลย ไม่ตรวจสอบแก้ไขเมื่อฝ่ายต่างๆแจ้งเตือนโดยเฉพาะคณะกรรมการป้องกันและปราบการการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ที่แจ้งว่ามีการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งการดำเนินการตามพ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เป็นไปตามขั้นตอน และกฎหมายนี้จะต้องดูว่าเป็นการจงใจประมาทเลินเล่อหรือไม่ ถ้าจงใจจะต้องฟ้องที่ตัวบุคคลโดยใช้อำนาจทางปกครอง และขณะนี้มีเพียงวิธีการนี้วิธีการเดียว เพราะถ้าไม่อย่างนั้นจะเสียผลประโยชน์ของชาติ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย รัฐบาลไม่ได้ลุแก่อำนาจ และไม่ได้ใช้อำนาจอย่างไม่จำกัด