วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ว่าฯกทม.เตือนฝนหนักหลังเที่ยงคืนวันนี้

"สุขุมพันธุ์"ประชุมแผนรับฝนหนักเดือนต.ค. สั่งเร่งพร่องน้ำคลองแสนแสบ 11-12 ต.ค.นี้ พร้อมเตือนฝนหนักหลังเที่ยงคืนวันนี้

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานประชุมติดตามความพร้อมและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่จุดอ่อนในกรุงเทพฯ โดยมีนายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัดกทม. พร้อมผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา ผู้แทนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ผ่านมามีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ อีกทั้งกรมอุตุนิยมวิทยาและเรดาร์รายงานสภาพอากาศของกรุงเทพฯ จะมีฝนตกต่อเนื่องตลอดเดือนต.ค. โดยจากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องในกรุงเทพฯในช่วง 10 วันที่ผ่านมา สามารถวัดค่าเฉลี่ยปริมาณฝนได้มากถึง 220 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าสูงมากจากค่าเฉลี่ยสะสมตลอดเดือนต.ค.ในปี 2557 ที่ 270-280 มิลลิเมตร ทำให้ขณะนี้ยังมีแนวโน้มฝนจะตกหนักต่อเนื่อง ดังนั้นจึงได้ประชุมเพื่อเฝ้าระวังพร้อมติดตามสถานการณ์ และกำชับการปฏิบัติหน้าที่ในการเตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่จะเกิดขึ้น ซึ่งสำนักการระบายน้ำได้เตรียมพร้อมปฏิบัติงานทั้งการควบคุมระดับน้ำในคลองสายหลัก บำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มในพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมขัง จัดหน่วยเบสต์จำนวน 110 หน่วยเตรียมความพร้อมเข้าพื้นที่เร่งแก้ไขจุดน้ำท่วมขัง และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำช่วยลดระดับน้ำในคลองสายต่างๆ ให้เร็วขึ้น 

นอกจากนี้ได้สั่งการให้สำนักการระบายน้ำพร่องน้ำในคลองแสนแสบเพิ่มเติม จากที่ลดระดับต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 60 เซนติเมตร ให้เป็นต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 80 เซนติเมตร ช่วงวันที่ 11-12 ต.ค.นี้ เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำฝนและให้การระบายน้ำบนถนนสายหลักรวดเร็วกว่าเดิม โดยให้ประสานกรมเจ้าท่าและบริษัทเดินเรือคลองแสนแสบถึงสถานการณ์ดังกล่าวพร้อมทั้งแจ้งให้ประชาชนทราบ เนื่องจากเมื่อระดับน้ำต่ำ ตลิ่งจะสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการเดินเรือและการขึ้นลงบริเวณท่าเรือของผู้ใช้เรือโดยสาร จึงขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางที่เหมาะสมในช่วงนี้ ขณะเดียวกันขอให้สำนักการระบายน้ำเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนในคืนนี้ เนื่องจากเรดาร์รายงานสภาพอากาศแจ้งเตือนแนวโน้มฝนจะตกในช่วงหลังเที่ยงคืนของคืนนี้ ซึ่งจะมีผลต่อการการจราจรและการเดินทางของประชาชนในช่วงเช้าวันจันทร์ 

ที่ผ่านกทม.สามารถระบายน้ำในพื้นที่จุดอ่อนได้เร็วขึ้น อาทิ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. บริเวณซอยชินเขต ถนนงามวงศ์วาน จากเดิมเมื่อ 4 ปีที่แล้วใช้เวลาในการระบายน้ำ 7-8 ชั่วโมง ปัจจุบันทำได้เร็วขึ้นใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งรวมเวลาดำเนินการในช่วงที่กระแสไฟดับด้วย แต่กทม.ไม่เคยนิ่งนอนใจต่อการแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง และพร้อมที่จะทำงานช่วยเหลือประชาชนและระบายน้ำในพื้นที่ต่างๆ ให้เร็วขึ้น รวมถึงจะติดตามสถานการณ์น้ำฝนและพื้นที่ต่างๆ และจะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยในสัปดาห์หน้าจะลงตรวจติดตามพื้นที่กรุงเทพฯ ด้านตะวันออกเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ต้องดูแลใน 2 มิติ 1.การเก็บกักน้ำให้มากที่สุดเพื่อให้เพียงพอในช่วงฤดูแล้ง และ2.ป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อล้นสร้างความเสียหายต่อประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว