"พล.ต.อ.ชิดชัย"ยืนยันไม่ยุ่งเกี่ยว"พท.-ทักษิณ" 3 ปีแล้ว แนะปรองดองต้องใช้ความเมตตาสปท. สรุปยอดรายงานตัว4วัน196คน เหลืออีก4คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ปิดการรายงานตัวของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยในวันนี้มีสมาชิกมารายงานตัวทั้งสิ้น 17 คน อาทิ นายชัย ชิดชอบ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป นพ.อำพล จินดาวัฒนะ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พ.ต.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตส.ส.สงขลา พรรคความหวังใหม่ นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และพล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เป็นต้น ทั้งนี้ ยอดรวม 4 วัน มีสมาชิกสปท.มารายงานตัวจำนวนทั้งสิ้น 196 คน ยังเหลือที่ไม่สามารถมารายงานได้อีก 4 คน คือ นางปัทมา เธียรวิศิษฎ์สกุล ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาโดยแจ้งว่าติดภารกิจอยู่ต่างประเทศจึงจะเข้ารายงานตัวในวันที่ 12 ต.ค.นี้ ทั้งนี้ จะมีการเปิดประชุมสปท.นัดแรกในวันที่ 13 ต.ค.เวลา 09.30 น.วาระเพื่อเลือกประธานและรองประธานสปท.
ด้านพล.ต.อ.ชิดชัย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารายงานตัวว่า ต้องการเข้ามาทำหน้าที่ปฏิรูปเรื่องการเกษตร ปัญหาน้ำกิน น้ำใช้ และเรื่องการบังคับการใช้กฎหมายที่อยากให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ส่วนการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจนั้น เคยเป็นประธานในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายตำรวจ ซึ่งเคยแก้ไขไปแล้วเมื่อปี 2547 ซึ่งในช่วงนั้นเป็นกฎหมายที่ดี แต่ผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว คงจะต้องมีปรับปรุงแก้ไขใหม่ เพราะกฎหมายทุกฉบับไม่ใช่แก้ไขไม่ได้ พอถึงเวลาหนึ่งก็ต้องแก้ไข
เมื่อถามว่า การเป็นรองนายกรัฐมนตรีสมัยนายทักษิณ มีความลำบากใจในการทำงานหรือไม่ พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าวว่า ไม่ลำบากใจ เพราะยึดมั่นความเป็นกลาง ความถูกต้องและมีจุดยืนที่ชัดเจน เมื่อถามย้ำว่าที่ผ่านมามีการพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยและนายทักษิณ หรือไม่ พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าวว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาตนไม่ได้ร่วมกิจกรรมกับพรรคเพื่อไทยมานานแล้ว
โดยหันมาทำธุรกิจส่วนตัว จึงหลีกเสี่ยงไม่ให้การเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจ และนายทักษิณก็ไม่ได้มีพูดคุยกัน ส่วนเรื่องการปรองดองนั้น ตนไม่รู้ แต่มองว่าตนชอบหลักทางพุทธศาสนาในการแก้ปัญหาจึงต้องใช้หลักความเมตตาในความปรองดอง แต่การกระทำที่ผิดกฎหมายต้องแยกออกจากกัน ผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด อย่างไรก็ตามกฎหมายก็ไม่ใช่ว่าจะเอาเป็นเอาตายกันสามารถพูดคุยกันได้ ส่วนที่จะให้ตนเป็นผู้ประสานความปรองดองนั้น ศักยภาพของตนคงไม่ถึง เพราะอายุ 69 ปีแล้ว ผ่านมาครึ่งชีวิตแล้ว





