"พล.อ.อนุพงษ์"เรียกร้องให้กทม. เร่งเบิกงบฯที่ปรึกษาโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา วงเงิน 120 ล้านบาท
มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านการบริหารโครงการ ครั้งที่3/2558 ( 7 ต.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านการบริหารโครงการ เป็นประธานประชุม พร้อมด้วยนายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมนั้น พล.อ.อนุพงษ์ ได้กล่าวเร่งรัดในที่ประชุมไปยังกทม. ในส่วนของงบประมาณค่าจ้างที่ปรึกษาและออกแบบโครงการ 120 ล้านบาท แยกเป็นงบประมาณปี 58 จำนวน 70 ล้านบาท ที่ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว ขณะที่งบประมาณปี 59 จำนวน 50 ล้านบาท กำลังอยู่ในขั้นตอนของสำนักงบประมาณ กทม. เพื่อสมทบเข้ามา คาดว่า อีกประมาณ 2 สัปดาห์ น่าจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ได้
นอกจากนี้ รมว.มหาดไทย ยังระบุในการประชุมอีกว่า เนื่องจากงบประมาณค่าจ้างที่ปรึกษา เป็นงบฯในส่วนของกรุงเทพมหานคร ถ้าเร่งได้ และนำเข้าครม. ได้เร็วก็ไม่มีอะไรเสียหาย เพราะรัฐบาลมีภาระงานด้านอื่นมากมาย
อย่างไรก็ตามในที่ประชุมยังได้มีการรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงาน ของทั้ง 4 อนุกรรมการย่อย ได้แก่ ด้านบริหารโครงการ ด้านการออกแบบและภูมิสถาปัตย์ ด้านกฎหมาย และด้านประชาสัมพันธ์
ขณะที่นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ในฐานะอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ได้กล่าวรายงานความก้าวหน้า ของคณะอนุกรรมการฯ ด้านการออกแบบและภูมิสถาปัตย์ว่า จากมติผลการประชุม ให้ดำเนินการประสานส่วนราชการที่มีพื้นที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ วังบางขุนพรหม ท่าวาสุกรี วังสุโขทัย และอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยได้รูปแบบการดำเนินงานมาประสานต่อหน่วยงานดังกล่าวในเบื้องต้นแล้ว
ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากรัฐบาลมีแนวความคิดโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และทางเราได้ทำกรอบแนวคิดการออกแบบ (Conceptual Design) ใส่ประกอบเข้าไปเพื่อนำเสนอ ครม. แต่ไม่มีพื้นฐาน และรายละเอียดอะไรเลย ส่งผลให้ทุกวันนี้ ฝ่ายที่คัดค้านโครงการ ก็จะหยิบประเด็นนี้มาโจมตี เช่น ความสูงจะทำให้บดบังบ้านเรือน อีกเรื่องคือ งบประมาณควรเก็บให้เป็นความลับ อย่างไรตามการออกแบบยังเป็นเพียงแนวคิด ยังไม่ได้ออกมาเป็นรูปธรรม หรือข้อสรุปสุดท้าย แค่คิดในหลายๆรูปแบบ เพื่อที่จะทำให้ในบางพื้นที่ที่ค่อนข้างมีความละเอียดอ่อนสามารถดำเนินการได้อย่างไม่มีผลกระทบ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรที่จะกำหนดให้แน่ชัด มิฉะนั้นอาจเกิดการวิพากษ์จากกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย เป็นปัญหาตามมาอีก
"คณะอนุกรรมการด้านการบริหารโครงการ มีแนวความคิดในเรื่องกรอบเวลาที่จะศึกษาและออกแบบให้เสร็จสิ้น เข้าใจว่า น่าจะประมาณเดือนมกราคม 2559 แล้วในเดือนกุมภาพันธ์จะเข้าขั้นตอนเรื่องการของบประมาณ ถ้าเราให้คณะออกแบบ ออกแบบไปจนจบ เสนอต่อคณะใหญ่แล้วมาให้รัฐบาลพิจารณา หากมีข้อเปลี่ยนแปลงประการใดมันจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ทันตามกรอบเวลา แล้วงบฯปี 59 ที่เป็นงบฯกลางก็จะมีปัญหา ส่งผลไปถึงงบฯปี60 ก็จะไม่ทัน เพราะฉะนั้นเลยมีแนวความคิดว่า ในพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อน ลองหาทางแก้ไขให้เป็นแนวทาง เข้าไปในหารือกับหน่วยงานในพื้นที่ดังกล่าวที่จะต้องออกแบบเป็นพิเศษ พร้อมพูดคุยกับที่ปรึกษา มันก็จะได้ตรงตามความเป็นจริง ไม่ต้องเสียเวลา"พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่างบประมาณ 14,006 ล้านบาท ที่มีกลุ่มคัดค้านโจมตี จริงๆแล้ว ครม. ไม่ได้มีการอนุมัติแต่อย่างใด เพียงให้ไปศึกษาออกแบบมาก่อนแล้วค่อยมาขอเป็นเรื่องๆไป อย่างที่กำลังดำเนินการคือของบฯเขามาออกแบบไปก่อน เมื่อแล้วเสร็จก็ค่อยมาขออนุมัติต่อไป อย่างไรตามหวังว่า เราจะได้บริษัทที่มารับออกแบบได้อย่างเร็วที่สุด คาดว่า น่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน ที่สำคัญจะต้องไม่มีนอกไม่มีใน ให้เป็นไปอย่างยุติธรรมที่สุด ไม่ต้องมาท้วงติงกัน เพราะจะทำให้การดำเนินการล่าช้าออกไป ก็ขอให้เร่งให้เร็วที่สุดอย่าให้มีผลกระทบ และเกิดข้อครหาที่ว่า สุกเอาเผากิน
สำหรับตัวแทนจากอนุกรรมการฯด้านกฎหมาย กล่าวว่า จากมติที่ประชุมคณะอนุฯด้านกฎหมาย มีมติเสนอให้แก้ไขกฎกระทรวงฉบับที่ 63 พ.ศ.2537 ออกตามความในพ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ว่าการกระทำกิจการใดๆที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะเห็นควรมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมเจ้าท่าดำเนินการต่อไป การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ (EIA) ไม่เข้าข่ายที่จะต้องดำเนินการ ดังนั้นโครงการดังกล่าวไม่ต้องจัดทำ EIA แต่หากรุงเทพมหานครต้องการที่จะจัดทำก็ถือเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน โครงการดังกล่าวมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเกาะรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า
เมื่อมีรูปแบบที่ชัดเจนแล้ว ควรส่งเรื่องและแบบแผนให้คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์พิจารณาให้ความเห็น ตามมติ ครม. และกรณีเว้นมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 2 ส่วน ได้แก่ ผู้ที่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าตามกฎกระทรวง และผู้บุกรุก ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า โดยทั้ง 2 ส่วนไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย อย่างไรก็ตามคณะอนุฯด้านกฎหมาย มีหน้าที่ศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ทางคณะอนุฯด้านบริหารโครงการ จะมีอำนาจหน้าที่พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบต่อไป
ในส่วนตัวแทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวชี้แจงข้อมูลประชาชนที่อาศัยบริเวณโครงการว่า เราได้ลงไปสำรวจข้อมูล ในลักษณะเคาะประตูสำรวจรายครัวเรือน พบว่า 10 ชุมชน ที่เกี่ยวข้องมีประชาชนอาศัยอยู่ทั้งหมด 256 หลังคาเรือน สำรวจได้ 172 หลังคาเรือน พบว่า มีประชาชนอยากขออาศัยอยู่ที่เดิมประมาณ 72 หลังคาเรือน ผู้ที่อยากย้ายที่อยู่ใหม่ตามที่รัฐจัดหาโครงการให้ประมาณ 50 หลังคาเรือน ขอรับค่าชดเชย หรือรื้อถอน ประมาณ 23 หลังคาเรือน และกลุ่มที่ไม่ให้ข้อมูล หรือปิดบ้านหนี ประมาณ 27 หลังคาเรือน ซึ่งในวันที่10ต.ค.นี้ เราจะลงสำรวจที่เหลืออีก 84 ครัวเรือน จากนั้นในวันที่ 19 ต.ค.นี้ เราจะนำข้อมูลทั้งหมดกลับไปที่ชาวบ้านเพื่อยืนยันความชัดเจนต่อไป จากนั้นเป็นการรายงานความก้าวหน้าของคณะอนุฯด้านประชาสัมพันธ์
พล.อ.อนุพงษ์ ได้กำชับเรื่องการสร้างการรับรู้ ให้ประชาชนเข้าใจ โดยเน้นในเนื้อหาเป็นสำคัญ อาจจะเสนอผ่านคณะอนุฯด้านการบริหารโครงการ เพื่อพิจารณาในรายละเอียด แล้วส่งกลับมาเพื่อนำข้อมูลลงไปในพื้นที่ต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ในช่วงท้ายการประชุมทาง รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะอนุฯด้านการบริหารโครงการ ได้มีข้อสั่งการกำชับผ่านที่ประชุมว่า บุคคลากรที่อยู่ในการดำเนินโครงการนี้ ทราบมาว่า อาจมีทั้งผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยต่อโครงการ ก็ถือว่า เป็นความคิดพื้นฐานของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน แต่ขอให้เข้าใจว่า รัฐบาลมีความต้องการให้โครงการนี้เป็นความต้องการของประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริง เพราะลำน้ำเจ้าพระยาเป็นของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณ เพียงแต่ให้กรมเจ้าท่าดูแลในฐานะสมบัติของชาติ อีกทั้งยังได้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ทำกิจกรรมยามว่าง
"รัฐบาลในฐานะผู้มีอำนาจ ไม่ได้ต้องการใช้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำอะไรที่ไม่ดี หรือผิดวัตถุประสงค์ ก็ขอให้ช่วยกันทำให้ประสบผลสำเร็จ มั่นใจว่า ประชาชนส่วนใหญ่จะเห็นด้วย ซึ่งเราจะรับฟังทุกอย่างในการดำเนินการ ใครจะคิดตรงหรือไม่ตรง ก็ขอให้ช่วยกันก่อนเพื่อให้เกิดความสำเร็จ แต่การดำเนินงานจะต้องมีความถูกต้อง ผมหวังว่า โครงการจะสำเร็จลุล่วง อย่าให้มีปัญหาขัดแย้งกัน" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว





