วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลเผยหมอกควันปกคลุมภาคใต้ดีขึ้น

โฆษกรัฐบาลเผยสถานการณ์หมอกควันภาคใต้ดีขึ้น พร้อมให้ทุกหน่วยช่วยเหลือประชาชนอย่างบูรณาการ กำชับหามาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายงานล่าสุดจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เกี่ยวกับสถานการณ์หมอกควันที่ปกคลุมพื้นที่ภาคใต้พบว่า คุณภาพอากาศใน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา ยะลา นราธิวาส สตูล ปัตตานี และจังหวัดใกล้เคียง มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน ซึ่งมีค่าระหว่าง 52-100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง และสถานการณ์โดยรวมเริ่มคลี่คลาย จึงขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่สบายใจได้ อย่างไรก็ตาม หลายหน่วยงานกำลังเร่งระดมสรรพกำลังเพื่อแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งด้านการลดปริมาณหมอกควัน การดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน การให้ข้อมูลข่าวสาร และการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน  

ล่าสุดกองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินลำเลียงขึ้นปฏิบัติภารกิจการบินโปรยละอองน้ำสะอาดที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เพื่อลดปริมาณหมอกควันและลดปัญหามลพิษในอากาศร่วมกับจังหวัดสงขลา และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 จังหวัดสงขลา โดยเน้นบริเวณเขตพื้นที่ชุมชนที่มีประชาชนอาศัยหนาแน่น และจะบินปฏิบัติภารกิจจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวง โดยจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.สงขลา และ จ.กระบี่ ใช้เครื่องบินรวม 4 ลำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน  

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ด้านกระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งหน้ากากอนามัยไปยัง 7 จังหวัด เพื่อแจกให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และจัดส่งหน้ากากอนามัยชนิดพิเศษให้ผู้ป่วย 3 โรคที่อาการกำเริบง่าย คือ โรคหอบหืด โรคหัวใจ และโรคถุงลมโป่งพอง และสั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดติดตามประเมินผลและดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ กองทัพอากาศยังได้จัดเครื่องบินธุรการ อีกจำนวน 1 ลำ บินกระจายเสียงให้คำแนะนำประชาชนในการปฏิบัติตัวภายใต้สถานการณ์หมอกควัน และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ได้ประชาสัมพันธ์รายงานข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง

 ขณะที่การประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเผาป่า และเป็นต้นทางของปัญหา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้แจ้งประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการอาเซียนและสาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพื่อให้รับทราบสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย โดยขอให้อินโดนีเซียดำเนินมาตรการเพื่อลดการเผาและหมอกควันอย่างเร่งด่วนตามข้อกำหนดของข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทยแจ้งว่า ทางการอินโดนีเซียกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และจะหยิบยกประเด็นดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมปลายเดือน ต.ค.นี้ที่ประเทศเวียดนาม

"นายกฯ เป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งทำงานเต็มที่ทั้งการฉีดละอองน้ำ ทำฝนเทียม แจกจ่ายหน้ากากอนามัย และพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน"