ประธานองคมนตรี เปิดโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้" แนะเยาวชนตระหนักเป็นเจ้าของประเทศ ศาสนาไม่ใช่อุปสรรคปิดกั้น
เมื่อเวลา 13.30 น. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เป็นประธานเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 2 หลักสูตรสังคมพหุวัฒนธรรม นำพาสันติสุข สู่ชายแดนใต้ ในระหว่างวันที่ 2 – 11 ตุลาคม 2558 มีเยาวชนเข้าร่วมทั้งสิ้น 327 คน โดยจะเดินทางไปทัศนะศึกษาตามสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านสังคมพหุวัฒนธรรมและนำประสบการณ์ที่ได้รับ กลับมาพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปโดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.ปราการ ชลยุทธ รองเสนาธิการทหาร และอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ พร้อมด้วยผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ ภาครัฐ และเอกชน เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้พล.อ.เปรม กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า โครงการนี้ต้องการนำเยาวชนที่นับถือศาสนาต่างกัน มาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเพณีและวัฒนธรรม แม้จะนับถือศาสนาที่ต่างกัน แต่อยากให้เยาวชนได้ตระหนักว่าทุกคนล้วนเป็นเจ้าของประเทศนี้ด้วยกันทั้งสิ้นและศาสนาไม่ใช่อุปสรรคที่จะปิดกั้น ทุกคนสามารถช่วยกันดูแลบ้านเมืองให้อยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขได้ และการมาอยู่ที่นี่ด้วยกันอยู่อย่างมิตรแท้ เพื่อชาติ ช่วยกันทำสิ่งที่ดีมีประโยชน์ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทย การทำตนเองเป็นตัวอย่างที่ดี เช่น รักกัน เสียสละให้ส่วนรวม สามัคคีกัน เราก็เป็นเพื่อนดูแลชาติบ้านเมืองต่อไปได้ แม้จะต่างศาสนากันก็ตาม พร้อมทั้งขอให้ผู้จัดโครงการได้เปิดเผยถึงข้อความที่เยาวชนเขียนส่งประกวดถึงความรู้สึกว่ามีอย่างไรต่อแผ่นดินที่เป็นเจ้าของ และรู้สึกอย่างไรต่อศาสนาที่นับถือแตกต่างกัน
“เราสัญญาจะรัก จะห่วงใย และจะคิดถึงพวกเธอทั้งหลายเสมอ แม้เธอจะอยู่ไกลถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากให้ลูกๆหลานๆเชื่อว่าเราจะร่วมมือกันทำชาติให้สงบให้ได้ จะสลายความเข้าใจผิดให้ทุกคนเข้าใจถูกให้ได้ เราจะทำแบบนี้ จนกว่าคนจะเข้าใจถูก เราจะทำจนกว่าจะสำเร็จและขึ้นสวรรค์ไปด้วยกัน ” พล.อ.เปรม กล่าว
ขณะที่ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ติดภารกิจประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ต่อจาก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก ให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ เช่น การก่อสร้างห้องพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงรัตนโกสินทร์ ซึ่งอุทยานดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานชื่อว่า “อุทยานราชภักดิ์” ที่หมายถึงอุทยานแห่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ตามกำหนดการโครงการอุทยานราชภักดิ์ จะเสร็จสิ้นในปี 2559 โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 900 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานเอกชนและประชาชนได้สมทบทุนในการก่อสร้าง นอกจากนี้กองทัพบกยังได้พระบรมราชานุญาตในการจัดทำเหรียญที่ระลึกจำหน่ายเพื่อให้ประชาชน เช่าบูชา และสมทบทุนในการก่อสร้าง“อุทยานราชภักดิ์” ต่อไป





