"วิษณุ"เผยมีวิธี เอาผิดฟ้องแพ่งจำนำข้าว หาก"ยิ่งลักษณ์"เฉย หลังโดนคำสั่งทางปกครอง ให้จ่ายค่าเสียหาย
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ อดีตรมว.พาณิชย์ กับพวก ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. จะเป็นผู้ลงนามในคำสั่งทางปกครองเพื่อบังคับให้ชำระค่าเสียหาย
จากนั้นผู้ถูกฟ้องสามารถฟ้องกลับต่อศาลปกครองเพื่อเพิกถอนคำสั่งทางปกครองของนายกฯ แต่หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพิกเฉยไม่จ่ายและไม่ยื่นฟ้องเพิกถอนคำสั่งทางปกครองของนายกฯ นั้น
แน่นอนว่ายังสามารถบังคับคดีได้ ซึ่งเป็นกระบวนการของทางศาล แต่ตนยังไม่ขอบอก เอาเป็นว่าจัดการได้แล้วกัน ทั้งนี้คำสั่งทางปกครองของนายกฯ ก็มีผลเหมือนกับศาลตัดสิน โดยมีกำหนดระยะเวลาตามปกติทั่วไปในการยึดทรัพย์หรือบังคับคดี ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีการฟ้องร้องแต่กลับมีการดำเนินการกับหัวขบวนก่อนนั้นมี 2 อย่าง คือ 1.ดำเนินคดีกับหัวขบวนก่อน และ 2.ดำเนินการกับหางขบวนก่อน แต่เรื่องนี้ต้องเอาหัวขบวนก่อนเพราะอายุความจะครบกำหนดเร็วกว่า และยังมีเรื่องป.ป.ช. ส่งเรื่องมาให้ดำเนินการถ้าไม่ทำไปก่อนก็จะเกิดปัญหา ส่วนกรณีหางขบวน ป.ป.ช.ก็ไม่เคยส่งเรื่องมาให้ดำเนินการและยังเหลือระยะเวลาในการพิจารณา ซึ่งถ้าฟ้องศาลก็จะเป็นคนละคดี คนละข้อหา
"หัวขบวนนั้นถ้าจะอุปมาก็เหมือนกับตัวการ แต่ส่วนหางขบวนเป็นผู้สนับสนุนถ้าไม่ฟ้องตัวการก่อนแล้วจะบอกได้อย่างไรว่าผู้สนับสนุนมีความผิด มันก็ต้องเริ่มต้นตรงนั้นก่อนแล้วมันถึงจะสาวลงไปได้ต่อ" นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่าเหตุใดจึงเจาะจงเฉพาะรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะรัฐบาลในอดีตก็ทำลักษณะนี้เช่นเดียวกัน นายวิษณุ กล่าวว่า เพราะป.ป.ช.ส่งเรื่องมาให้ดำเนินการว่ามีผู้กระทำผิด จนกระทั่งถูกถอดถอน จึงต้องดำเนินการต่อไปในทางแพ่งและอาญา ส่วนรายอื่นไม่มีที่ป.ป.ช.ส่งมา
เมื่อถามว่าคำสั่งทางปกครองที่นายกฯ ลงนามมีศักดิ์และสิทธิเท่ากับคำสั่งศาลเลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า "ไม่เหมือนกันเป๊ะ แต่เอาเป็นว่ามีวิธีบังคับได้ แต่คงไม่บอกปล่อยให้อีกฝ่ายไปปรึกษาทนายเอาเองบ้าง ทำไมต้องให้ผมบอกไปหมด"
นายวิษณุ กล่าวว่า คดีแบบนี้เกิดขึ้นมาเยอะ เท่าที่ตนทราบมีทั้งหมด 300 กว่ารายที่โดนคำสั่งทางปกครอง แล้วถ้าจำเลยไม่พอใจก็ไปฟ้องศาลเพื่อเพิ่งถอนคำสั่งดังกล่าว ซึ่งศาลก็ตัดสินให้บางคนผิดและได้เพิกถอนตามที่บางคนฟ้องร้อง และคคีนี้คงไม่เป็นคดีประวัติศาสตร์อะไร
เมื่อถามว่า หากกรณีนี้มีการฟ้องร้องเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งศาลปกครองเวลาที่ยืดเยื้อในชั้นศาลจำเลยต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า จะต้องเสียหรือไม่ ให้ย้อนไปดูคำสั่งทางปกครองที่สั่งว่าจะต้องชดใช้เท่าไหร่ ซึ่งหากจำเลยเมื่อกลายมาเป็นโจทก์ฟ้องเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง หากศาลยอมเพิกถอนให้ก็ต้องเพิกถอนทั้งหมด แต่ถ้าศาลไม่เพิกถอนให้ก็ต้องจ่ายตามที่คำสั่งระบุไว้ จึงมีความแตกต่างจากคดีที่เคยฟ้องร้องกันทั่วไป แต่ขณะนี้เรื่องยังต้องเดินไปอีกยาว ยังไม่ต้องเตรียมตัวกันขณะนี้





