"พรเพชร" ชี้แก้รธน.ชั่วคราว 2 จุด แก้ปมประชามติ เชื่อรัฐธรรมนูญฉบับ "มีชัย" ฉลุย
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว ) ปี 2557 ว่า มี 2 จุดที่ต้องแก้ไข คือ 1.การทำประชามติ ซึ่งในภาษาที่เขียนไว้อาจไม่ชัดเจน โดยเจตนารมย์คือการนับคะแนนผู้มาใช้สิทธิ์ ไม่ใช่การใช้คะแนนของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง จึงต้องแก้ไขให้ชัดเจนไม่เช่นนั้นอาจตีความไขว้เขว และ 2.กรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่กำลังร่างอยู่ไม่ผ่านประชามติจะเดินหน้าอย่างไร ซึ่งเป็นกระบวนการกฎหมายที่จำเป็นต้องเขียนให้ชัดเจน ว่าถ้าผ่านหรือไม่ผ่านจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ตนมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน จะผ่านประชามติและเป็นที่ยอมรับของประชาชน เพราะการร่างจะต้องมีการรับฟังเสียงของประชาชนและเป็นไปตามหลักสากล
นายพรเพชร กล่าวอีกว่า ส่วนขั้นตอนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 46 ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้ความเห็นชอบร่วมกัน จากนั้นเสนอให้สนช.พิจารณา ซึ่งสนช.จะมีมติให้ความชอบหรือไม่ ภายใน 15 วัน โดยเสียงที่เห็นชอบจะต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสนช.ทั้งหมด ซึ่งตนคิดว่าครม.และคสช.จะดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป และคาดว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวจะต้องเสร็จภายในกรอบเวลา 180 วันของกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)
นายพรเพชร กล่าวว่า ส่วนกรณีคุณสมบัติของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) สมาชิกสนช. และกรธ. จะเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นั้น ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 41 ระบุ ในกรณีที่มีบทบัญญัติของกฎหมายใด กำหนดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง มิให้นำบทบัญญัตินี้มาใช้บังคับแก่ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นสปท. สนช. และกรธ. ไม่ได้พูดถึงการสรรหาป.ป.ช.หรือองค์กรอิสระอื่นๆ แต่เป็นการรับรองบุคคล ดังนั้นบุคคลเหล่านี้จึงได้รับการยกเว้นสามารถเข้ารับการสรรหาได้
เมื่อถามว่า หากร่างรัฐธรรมนูญทำประชามติไม่ผ่านจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร นายพรเพชร กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของคสช.และครม.ในการดำเนินการ แต่ส่วนตัวเห็นว่าแนวทางการแก้ไขจะต้องทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปสู่ระบอบประชาธิปไตยในระยะเวลาที่เคยกำหนดไว้ ซึ่งสามารถนำรัฐธรรมนูญฉบับที่ไม่ผ่านประชามติหรือรัฐธรรมนูญอื่นๆมาแก้ไขก็ได้





