รมว.เกษตรมอบผู้ว่านำ 8 มาตรการช่วยเกษตรกรสู้ภัยแล้ง เน้นใช้แผนงานโครงการชุมชนสนองประชาชน ขีดเส้น 30 วันเสร็จ
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเดินทางมาเป็นประธานประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร็นซ์ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ถึงสถานการณ์น้ำและแนวโน้มวิกฤติปัญหาภัยแล้งปี 2558-2559 ว่า ภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ตามลุ่มน้ำ แต่หมายถึงทั้งประเทศ วานนี้ (7ต.ค.) ตนได้ชี้แจงกับหน่วยงานในสังกัดแล้ว ซึ่งวันนี้ก็ได้นำข้อมูลมาชี้แจงกับผู้ว่าฯทุกจังหวัดถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงภัยแล้ง 8 มาตรการ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่6 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยได้เริ่มพูดคุยสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ว่าฯ โดยจะตั้งทีมลงไปชี้แจงถึง 8 มาตรการช่วยเหลือ นอกจากนี้จะมีการตั้งศูนย์แบ่งเป็น ในระดับประเทศจะอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับศูนย์ในระดับจังหวัดทุกจังหวัด ดังนั้นจะมีการเชื่อมโยงเข้ามายังส่วนกลาง เพื่อรายงานสถานการณ์ภัยแล้ง ผลกระทบที่เกิดขึ้น สถานการณ์น้ำ และความต้องการของประชาชน โดยตนได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ในส่วนกลาง เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมด
“ผมได้ขอความร่วมมือจากผู้ว่าฯใน 8 มาตรการ เราจะรวบรวมความต้องการของชุมชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งประชาชนมีความต้องการอย่างไร และกระทรวงมหาดไทยจะมีการประชุมผู้ว่าฯในเรื่องดังกล่าวอีกครั้งวันที่ 13 ต.ค.นี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็ได้เน้นย้ำขอให้ผู้ว่าฯมาด้วยตนเองทุกคน เพราะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเพื่อกำหนดแนวทางทั้งหมด ให้เกิดความรวดเร็ว ตรงกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เรื่องนี้เรามีกรอบระยะเวลากำหนดที่ต้องการให้แล้วเสร็จใน 30 วัน เพื่อรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกร รัฐบาลจะได้แก้ปัญหาได้ตรงตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และสุดท้ายผมได้เน้นย้ำกับผู้ว่าฯในเรื่องการสร้างความเข้าใจให้เกษตรกร มีความสำคัญมาก ท่านผู้ว่าฯจะต้องชี้แจงให้ชัดเจน แล้วนำความห่วงใยของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่เต็มใจ ตั้งใจอย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหาในช่วงภัยแล้งนี้ให้กับประชาชนทั้งหมด” รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมติครม.ที่เห็นชอบกรอบมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2558/59 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำนวน 8 มาตรการ มี 25 กิจกรรม ประกอบด้วย 1. มาตรการการส่งเสริมความรู้และการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน
2. มาตรการชะลอหรือขยายระยะเวลาการชำระหนี้ที่เกษตรกรมีภาระหนี้กับสถาบันการเงิน 3. มาตรการจ้างงานเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ในการจ้างแรงงานชลประทาน หรือการจ้างงานเร่งด่วนและการพัฒนาทักษะฝีมือ 4.มาตรการเสนอโครงการตามความต้องการของชุมชน เพื่อบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง 5. มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ โดยให้ทุกส่วนราชการรณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัด 6.มาตรการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน ทั้งการขุดลอกแหล่งน้ำธรรมชาติ การปฏิบัติการฝนหลวง การพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร 7. มาตรการเสริมสร้างสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และ8. มาตรการสนับสนุนอื่นๆ อาทิ การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 แผนสินเชื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน





