วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'หมอสุรพงษ์'ขอสู้คดีแต่งตั้งปธ.กก.-กก.ผู้ทรงคุณวุฒิธปท.ปี 51

"นพ.สุรพงษ์"ให้การปฏิเสธขอยื่นคำให้การต่อสู้คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบม.157แต่งตั้งปธ.กก.-กก.ผู้ทรงคุณวุฒิธปท.ปี 51 ขัดกฎหมาย

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกาผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน พร้อมด้วยองค์คณะผู้พิพากษา 9 คนคดีหมายเลขดำอม.39/2558ออกนั่งบัลลังก์นัดสอบคำให้การในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือ"หมอเลี๊ยบ" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสมัยรัฐบาบพรรคพลังประชาชนเป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา157โดยศาลได้อธิบายคำฟ้องให้คู่ความรับฟังว่าเมื่อปี2551ระหว่างที่นพ.สุรพงษ์ ดำรงตำแหน่ง รมว.คลังมีวาระการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)

โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและไม่ใช่ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียตามพ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังจึงได้เสนอรายชื่อจากการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิธปท.เพื่อให้นพ.สุรพงษ์เห็นชอบแต่งตั้งตามขั้นตอน.แต่นพ.สุรพงษ์ไม่เห็นด้วยกับรายชื่อดังกล่าวและได้ใช้อำนาจสั่งการแทรกแซงโดยแต่งตั้งนายวิจิตรสุพินิจ.นายชัยวัฒน์วิบูลย์สวัสดิ์และนายสถิตย์ลิ่มพงศ์พันธุ์เป็นกรรมการทั้งที่บุคคลทั้ง3เป็นกรรมการในสถาบันการเงินจึงถือเป็นผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อนขัดต่อหลักการการมีส่วนได้ส่วนเสียอันจะกระทบต่อภาพลักษณ์ความโปร่งใสของธปท.และเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามพ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทยพ.ศ.2485แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย(ฉบับที่4)พ.ศ.2551มาตรา28/1 

โดยในวันนี้น.พ.สุรพงษ์ เดินทางมาศาลเมื่อศาลได้อ่านเเละอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังจำเลยให้การปฎิเสธโดยขอยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 30 พ.ย.นี้ เเละขอให้ศาลอนุญาตให้มีการพิจารณาคดีลับหลังซึ่งองค์คณะทั้ง 9 พิจารณาแล้วเห็นว่าการยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรในวันที่ 30 พ.ย.นั้น มีความล่าช้าเกินไป เพื่อให้การพิจารณาคดีมีความรวดเร็วตามสมควร จึงให้จำเลยยื่นคำให้การภายในวันที่ 9 พ.ย.หากจำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนดให้ถือว่าไม่ติดใจส่วนเรื่องการพิจารณาคดีลับ หลังจากนั้นศาลเห็นว่าจำเลยมีหน้าที่ต้องเดินทางมาศาลเพื่อรับฟังการพิจารณาคดีทุกครั้งหากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถมาศาลได้ให้จำเลยเเจ้งเหตุเป็นคราวๆไปศาลไม่อนุญาติในคำขอนี้เเละให้กำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานเป็นวันที่3ธ.ค.58เวลา09.30น.เเละให้คู่ความทั้งสองยื่นเเนวทางการไต่สวนก่อนนัดตรวจพยานหลักฐานไม่น้อยกว่า14วัน

ด้านนพ.สุรพงษ์ กล่าวภายหลังยื่นประกันตัวในชั้นศาลว่าศาลไม่ได้ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ แต่ให้มาขออนุญาตก่อนเดินทางส่วนกำหนดการยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรนั้น มั่นใจว่าจะยื่นคำให้การทันภายในกำหนด 9 พ.ย.นี้ เพราะพยานหลักฐานส่วนใหญ่เป็นชุดเดียวกับที่เคยยื่นไว้ในชั้น.ป.ป.ช.ส่วนพยานบุคคลจะมีกี่ปากนั้นไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากคดีอยู่ในขั้นการพิจารณาของศาลแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องีต่อศาลฎีกาฯเมื่อเดือนมิ.ย. 58ที่ผ่านมาหลังจากมีการชี้มูลความผิดนพ.สุรพงษ์เมื่อเดือนมี.ค.54เเละศาลฎีกาฯนักการเมืองมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องในวันที่16ก.ค.58โดยนพ.สุรพงษ์ได้ใช้บัญชีเงินฝากและเงินสดรวม10ล้านบาทยื่นประกันตัวในชั้นศาล