"พล.อ.ธีรชัย"ประชุมสนง.เลขาฯคสช. แจงโครงสร้างการทำงาน พร้อมนั่ง ผบ.กกล.รส. คุม 2 กลุ่มงาน เน้นสร้างสภาวะแวดล้อม เอื้อต่อโรดแม็พ
กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาฯคสช. เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างการจัดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้อนุมัติการปรับโครงสร้างดังกล่าว เพื่อให้การทำงานมีความเหมาะสม สอดคล้องและสามารถตอบสนองต่อความจำเป็นต่อสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยโครงสร้างใหม่นี้จะประกอบด้วย 2 กลุ่มงานหลัก ได้แก่ กลุ่มงานขับเคลื่อนการบริหารแผ่นดิน และกลุ่มงานขับเคลื่อนภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า กลุ่มงานขับเคลื่อนภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย จะมี ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาฯคสช. เป็นผู้กำกับดูแล มีภารกิจในเรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ การปฏิรูปประเทศ การช่วยเหลือประชาชน และการสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดิน โดยแบ่งเป็น 5 ส่วนงาน ได้แก่ ส่วนอำนวยการ, ส่วนงานการรักษาความสงบเรียบร้อย, ส่วนงานการบริหารราชการแผ่นดิน, ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย สำหรับในส่วนของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)นั้น ผู้บัญชาการทหารบก จะปฏิบัติหน้าที่เป็น ผู้บัญชาการกองกำลัง อีกฐานะหนึ่ง
"เลขา คสช.ได้ย้ำให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ยังคงภารกิจในการดูแลสถานการณ์บ้านเมือง รักษาความปลอดภัย ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการป้องปรามและขจัดสิ่งผิดกฎหมาย การจัดระเบียบสังคม ผู้มีอิทธิพล และให้ทำงานร่วมกับจังหวัด และเจ้าหน้าตำรวจ อย่างใกล้ชิด ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อสร้างสังคมไทยให้มีความปลอดภัยและประชาชนดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข"พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าว
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า การประชุมในวันนี้ เลขาฯ คสช. ได้มอบแนวทางการทำงานที่จะใช้ความร่วมมือกันของทุกส่วนราชการ ทั้งตำรวจ ทหาร พลเรือน ในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อการเดินหน้าตามโรดแม็ปของ คสช. และการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีงานเร่งด่วนที่จะต้องรีบดำเนินการ คือ เร่งสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจกับประชาชนในเรื่อง การร่างรัฐธรรมนูญ การรับมือกับปัญหาภัยแล้ง และนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง โดยให้มีการจัดคณะทำงานร่วมกันเพื่อลงพื้นที่เข้าชี้แจงและรับฟังความต้องการของประชาชน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด โดยการลงพื้นที่จะเป็นไปในลักษณะการนำข้อเท็จจริง และความคืบหน้าในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินไปแจ้งให้ประชาชนได้ทราบ และนำไปสู่การร่วมมือและป้องกันไม่ให้มีผู้ใดนำข้อมูลไปบิดเบือนเพื่อให้ประชาชนเกิดความสับสน
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า คณะทำงานที่ลงพื้นที่พบปะประชาชนจะประกอบด้วย ฝ่ายจังหวัด ตำรวจ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย และส่วนราชการที่รับผิดชอบในเรื่องนั้นๆ นอกจากนี้ให้ใช้ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ เป็นกลไกหลัก ในการขับเคลื่อนตามแนวทางขั้นต้น ควบคู่ไปกับการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ที่จะกระจายแผนงานและโครงการต่างๆ ไปให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำจังหวัด ดำเนินการในทุกพื้นที่ เพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี และการมีส่วนร่วมของประชาชนกับภาครัฐ
"เลขาฯ คสช.ได้กำชับให้ทุกส่วนยึดแนวทางการชี้แจงข้อเท็จจริง และสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เป็นเครื่องมือหลักในการแก้ไขทุกปัญหา เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลและข้าราชการ พร้อมที่จะดูแลประชาชนในทุกเรื่อง และพยายามให้ทุกปัญหาได้รับการคลี่คลายในระดับพื้นที่"พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าว
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในเรื่องของภัยพิบัติและสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งการบริหารสถานการณ์ภัยพิบัตินั้น ทางกระทรวงมหาดไทย โดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักอยู่แล้ว และให้ทุกกองทัพภาค และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ให้การสนับสนุนอย่างเต็มความสามารถ มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ให้สอดคล้องกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเป็นประจำในพื้นที่นั้นๆ ในขณะเดียวกันกองทัพบกพร้อมสนับสนุนเครื่องมือพิเศษจากหน่วยทหารช่างเข้าแก้ไขในทุกสถานการณ์





