"อลงกรณ์" แจงสปท. จะสานต่องาน สปช. เชื่ออยู่ไม่เกินเลือกตั้ง ระบุรธน.ใหม่ต้องมีกลไกปฏิรูปต่อ
นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวภายหลังการมารายงานตัวเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ว่า การเข้ามาทำหน้าที่ในฐานะสปท. ต่างจากสปช. เพราะสปท.จะดำเนินการผลักดันการปฏิรูปประเทศให้เป็นรูปธรรมมากกว่า โดยต่อยอดจากพิมพ์เขียวที่สปช.เคยเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว ส่วนตัวจึงเชื่อว่า สปท.จะทำให้เกิดความสมบูรณ์ในการปฏิรูป ทั้งนี้ขอขอบคุณนายกฯที่ ให้โอกาส อดีตสปช.ได้เข้ากลับมาทำหน้าที่ และการที่ให้มีตัวแทนจากกลุ่มหรือพรรคการเมือง จะทำให้ สปท.มาจากทุกภาคส่วนภาคีที่มีความครอบคลุม อีกทั้ง สปท.จะทำงานใกล้ชิดกับแม่น้ำ 5 สาย โดยเฉพาะครม. โดยสปท.จะผลักดันวาระการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า สปท.จะทำงานใกล้ชิดกับครม.แต่ก็จะมีอิสระในการดำเนินงาน ไม่จำเป็นต้องคล้อยตามในสิ่งที่ครม.เสนอ สิ่งที่สปท.คิด ครม.มีสิทธิเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย อีกทั้ง สปท.ไม่ได้ทำงานในรูปแบบสภาใหญ่เหมือนสปช.แต่จะเป็นรูปแบบคณะกรรมการหรือกรรมาธิการ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีชื่อประธานสปท.ในใจหรือไม่ นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ เพราะทุกคนล้วนมีความเหมาะสม ทั้งนี้คนที่จะมาเป็นประธานจะต้องเป็นผู้มีประสบการ์ มีวิสัยทัศน์ ภาวะความเป็นผู้นำ และสามารถบริหารและดูแลสปท.ให้ทำงานอย่างบรรลุผลได้
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ อดีตสปช. เป็นประธานได้หรือไม่ นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีความเห็น เพราะทุกคนสามารถเป็นได้หมด ส่วนทิศทางบทบาทสปท.จะเป็นอย่างไรนั้น เห็นว่าจะต้องรอการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ว่าจะกำหนดไว้อย่างไร แต่เชื่อว่าสปท.จะอยู่ไม่เกินการเลือกตั้ง เพราะหลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มาตามขั้นตอนปกติ ส่วนกรณีที่รัฐธรรมนูญฉบับที่ถูกคว่ำไป ระบุให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหลังเลือกตั้งนั้น ส่วนตัวเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวเป็นอดีตไปแล้ว แต่ก็อาจมีความเป็นไปได้ เพราะมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวได้กำหนดไว้ว่า รัฐธรรมนูญใหม่ต้องมีกลไกในการสร้างการปฏิรูปและปรองดองภายหลังการเลือกตั้ง ส่วนจะมาในรูปแบบคณะกรรมการยูทศาสตร์และการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) หรือไม่ยังตอบไม่ได้





