"ศิริโชค" รองเลขาฯปชป. จี้ "ไอซีที" แจงปม"ซิงเกิล เกตเวย์" ให้ชัด หวั่นให้ข้อมูลไม่หมดทำปชช.สับสน เชื่อรัฐบาลไม่ลดเกตเวย์เหลือแค่หนึ่งแน่นอน
นายศิริโชค โสภา รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะออกนโยบายซิงเกิล เกตเวย์ (Single Gateway) ว่ายังให้ความเห็นได้ยาก เท่าที่ตนได้ฟังนั้นยังไม่มีความชัดเจนว่านิยามคำว่าซิงเกิลเกตเวย์ ตามความเข้าใจของรัฐบาลและประชาชนนั้นตรงกันหรือไม่ จึงอยากให้ผู้มีอำนาจให้ความชัดเจนตรงนี้ด้วย ตอนนี้มีอยู่2ประเด็นคือ เรื่องของความเร็วอินเตอร์เน็ตและเรื่องของการละเมิดสิทธิ์ ถ้าหากคำว่าซิงเกิ้ลเกตุเวย์คือการนำเอาเกตุเวย์ทั้งหมดที่มีอยู่ไปเป็นของรัฐ ตนคิดว่าถ้าทำแบบนี้ก็ไม่น่าจะมีผลอะไรกับเรื่องของความเร็วอินเตอร์เน็ต เพราะเกตุเวย์มีจำนวนเท่าเดิมไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร แค่เปลี่ยนจากเดิมที่เกตุเวย์ถูกบริหารโดยเอกชนก็เปลี่ยนกลับมาเป็นของรัฐ ซึ่งแบบนี้ก็จะคล้ายกับลักษณะของคลื่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งตนคิดว่ารัฐบาลน่าจะดำเนินการตามแนวทางนี้มากกว่าจะไปลดเกตุเวย์ให้เหลืออยู่1เกตุเวย์ตามที่มีการวิจารณ์กัน
“เหมือนกับโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ หรือกับโครงข่ายดาวเทียม ซึ่งเหมือนกับสมบัติของรัฐแต่ให้เอกชนนำไปเช่า ในปัจจุบัน โครงข่ายเหล่านี้ก็เป็นของรัฐหมดแล้วมีแต่โครงข่ายที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเชื่อมต่อออกนอกประเทศที่ยังไม่เป็นของรัฐ ที่ผมมองและยังไม่แน่ใจคือรัฐบาลจะเอาตรงนี้กลับมาเป็นของรัฐหรือไม่ ดังนั้นเลยตอบไม่ได้ว่าความเข้าใจของเรากับของเขาต่างกันหรือไม่" รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้น นายศิริโชค กล่าวว่า. ถ้าเทียบกันระหว่างเกตุเวย์เป็นของเอกชน หรือเป็นของรัฐบาล ต้องถามประชาชนว่าจะเชื่อมั่นว่าอย่างไหนมีความปลอดภัยมากกว่ากัน ยกตัวอย่างก็เหมือนกับตรวจคนเข้าเมือง คิดว่าประชาชนอยากจะให้รัฐหรือเอกชนบริหารเรื่องการตรวจคนเข้าเมือง คิดว่าอย่างไหนดีกว่ากัน ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนกับท่อไฟเบอร์ออปติกที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไปต่างประเทศ สมมติขณะนี้มีอยู่9จุด อยากถามว่าประชาชนเชื่อมั่นให้ใครดูแล9จุดนี้มากกว่ากัน ถ้าเอกชนบริหาร ในปัจจุบันเอกชนก็สามารถจะละเมิดสิทธิประชาชนได้เหมือนกันโดยที่ประชาชนไม่รู้ตัวใช่หรือไม่
รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่าในปัจจุบันนั้นรัฐบาลก็สามารถเข้าถึงเข้ามูลที่เกตุเวย์ในแต่ละไอเอสพีได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าข้อมูลเหล่านี้จะไม่สามารถนำมาใช้ได้ในชั้นศาล ถ้าหากไม่มีการอนุญาตจากศาล ซึ่งในปัจจุบันก็มีการดำเนินการเข้าถึงข้อมูลตรงนี้อยู่ เพราะมีการตามจับพวกที่ทำความผิดบนหน้าเพจเฟสบุ๊คมาโดยตลอด แต่ถ้าหากเกตุเวย์เป็นของรัฐนั้นรัฐก็อาจจะใช้ข้อมูลได้โดยไม่ต้องขอหมายศาล เพราะถือว่าเกตุเวย์เป็นทรัพย์สินของทางรัฐบาล แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่ากฎหมายที่ออกในอนาคตต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร
“การที่รัฐบาลออกมาอธิบายให้ประชาชนในเรื่องนี้ โดยยังไม่ตกผลึก อธิบายข้อมูลโดยไม่ชัดเจนนั้นทำให้เกิดความสับสนขึ้นมาและเป็นปัญหาใหญ่มาก พอพูดคำว่าซิงเกิลเกตุเวย์ออกไป ก็ทำให้ประชาชนนั้นไปจินตนาการต่างๆนาๆว่าจะเกิดอะไรขึ้น บางคนก็กลัวว่าเน็ตจะล่ม เพราะมันจะเป็นเหมือนคอขวดมีทางออกทางเดียว บางคนก็กลัวว่ารัฐจะไปล้วงความลับต่างๆนาๆ แต่ตนต้องขออธิบายย้ำว่าทุกวันนี้ มันมีเกตุเวย์อยู่แล้วที่เป็นทั้งของเอกชนและของรัฐบาล ถ้าหากรัฐจะต้องไปล้วงความลับนั้นต้องใช้ทั้งทรัพยาการเป็นอย่างมากเพราะ รัฐจะต้องมีทั้งอุปกรณ์ถอดรหัส เนื่องจากข้อมูลในเกตเวย์เหล่านี้ล้วนมีการเข้ารหัส และต้องมีการไปติดต่อกับบริษัทต่างประเทศที่ดำเนินการใส่รหัสเข้าไป” นายศิริโชค กล่าว
รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดังนั้นกระทรวงไอซีทีต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าซิงเกิลเกตุเวย์คืออะไรมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และจุดประสงค์มันคืออะไร ซึ่งดีกว่าจะมาให้ข้อมูลแบบไม่ครบ ซึ่งขณะนี้เรื่องนี้ถูกโยงไปเป็นประเด็นการเมืองแล้วด้วยตนขอยืนยันว่าขอสนับสนุนแนวทางที่จะทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น และไม่สนับสนุนสิ่งที่จะมาลิดรอนสิทธิของประชาชน แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีเส้นกั้นบางๆระหว่างสิทธิเสรีภาพและเรื่องของความมั่นคง ถ้าหากจะอ้างว่าลิดรอนสิทธิเสรีภาพแล้วได้ในเรื่องของความมั่นคงเพิ่มขึ้นมา ก็ต้องมาคุยกันว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไร





