นายกฯยันนานาชาติเชื่อมั่นไทย ภูมิใจเป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เผยผู้นำหลายประเทศแสดงความเสียใจเหตุระเบิดราชประสงค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เสร็จสิ้นภารกิจการเข้าร่วมประชุมสหประชาชาติระดับผู้นำเพื่อรับรองวาระการพัฒนาภายหลัง ปี ค.ศ. 2015 และการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว และเดินทางกลับประเทศไทย ในเวลา 12.30 น. วันที่ 30 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง โดยเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 1 ตุลาคม เวลา 21.55 น. ตามเวลาประเทศไทย
โดยนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยว่า มีความภาคภูมิใจ ในการเป็นผู้แทนของประเทศไทย เข้าร่วมประชุมสหประชาชาติ ครบรอบ 70 ปี ในการประชุมครั้งนี้ ได้พบปะกับผู้แทนต่างประเทศที่มาร่วมประชุม บางคนเพิ่งรู้จัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ห่างไกลประเทศไทย เป็นประเทศหมู่เกาะ ที่กำลังพัฒนา และได้หารือทวิภาคีหลายประเทศ ในโอกาสที่ไทยจะลงสมัครเป็นสมาชิกไม่ถาวร ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ในโอกาสต่อไป จึงถือโอกาสหารือ เพราะจำเป็นต้องขยายตลาดของเราออกไปทั้งระดับบน กลาง และล่าง ในการเป็นศูนย์กระจายสินค้า
"ผู้นำหลายคนแสดงความเสียใจในเหตุการณ์ระเบิดราชประสงค์ และยินดีที่ประเทศไทยคลี่คลายสถานการณ์ได้ ซึ่งผมเชิญชวนให้มาเที่ยวประเทศไทย หลายคนบอกไม่ได้เดินทางมาประเทศไทยหลายปีแล้ว จึงบอกว่าหลายปีที่ไม่ได้มา มีอะไรเปลี่ยนไปเยอะ ทุกอย่างปลอดภัย และคนไทยกำลังมีความสุข เรากำลังเดินหน้าประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจคือเรื่องการท่องเที่ยว การค้าขาย การลงทุน แต่ปัญหาอยู่ที่ เราจะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยได้เมื่อไร แต่คิดว่าทำได้ ถ้าคนไทยทุกคนช่วยกัน"นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้มีโอกาสพบกับนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีการประชุมร่วมกัน และร่วมงานเลี้ยงของประธานาธิบดีด้วย ซึ่งท่านก็ให้เกียรติตนเช่นเดิม เรามาในฐานะประเทศไทย เป็นสมาชิกของสมาคมโลก ได้สร้างความเข้าใจกับรัฐบาลของสหรัฐฯ สมาคมนักธุรกิจอเมริกา และได้ชี้แจงว่ายินดีที่จะมีการค้าขายกันต่อไป ซึ่งการลงทุนในสหรัฐฯ นับเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ซึ่งถือว่าสูงมาก
"เรากำลังปรับแก้เรื่องต่างๆ ให้ทันสมัยมากขึ้น อำนวยความสะดวกให้ทุกประเทศเข้ามาลงทุน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน เราไม่ได้ปิดกั้นใครเลย ยิ่งสถานการณ์ประเทศวันนี้ ที่หลายคนเป็นห่วง ผมบอกว่า อย่ามองตรงนี้เลย ให้มองว่า ผมจะใช้ทุกอย่างที่มีในปัจจุบันไปในทางสร้างสรรค์ และทำให้เกิดผลประโยชน์วันข้างหน้า มากกว่าที่จะมาทำให้ทุกอย่างทำไม่ได้ หรือช้าเกินไป ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย รัฐบาลแก้กฎหมายต่าง ๆ มาก ซึ่งภาคธุรกิจของอเมริกาเข้าใจ และยินดีที่จะร่วมมือกับเราในโอกาสต่อไป"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ท่าทีของนานาชาติเชื่อมั่นประเทศไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขาเชื่อมั่นอยู่แล้ว และรอดูว่าเราจะเดินหน้าอย่างไร ตนก็ยืนยันตามโรดแมป และชี้แจงผู้ใหญ่ของสหรัฐฯ ว่า ตามกติกาของประชาธิปไตยต้องมีรัฐธรรมนูญก่อน แต่เมื่อร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ก็ต้องร่างใหม่ ลงประชามติ ถ้าผ่านจึงจะเข้าสู่การเลือกตั้ง ทุกประเทศก็เป็นแบบนี้ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน จะให้ทำอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญต้องฟังความคิดเห็นจากคนหลายๆ ฝ่าย เราต้องดูบริบทของสังคมไทยเหมือนกัน
"ผมไม่ได้ทำความผิดกับประเทศนี้ เรื่องส่วนตัวที่ผมเข้ามาคนละเรื่อง ที่ผมเข้ามา ผมทำทุกอย่าง บางเรื่องมีผลกระทบกับคน ประเด็นคือควรหรือไม่ควร ที่จะมาต่อต้านที่ผมกำลังแก้ไขในสิ่งไม่ดี ทุกคนรู้ปัญหา แต่ไม่ยอมแก้ และจะเรียกร้องความสงบ สันติจากใคร ใครจะทำให้ จะเรียกร้องกับประเทศอื่นหรือ ประเทศไทยมีศักดิ์ศรีพอ มีความสามารถที่จะแก้ปัญหาของเราได้ ให้เขายอมรับ เราเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลางแล้ว เหลือนิดเดียวจะหลุดตรงนี้ เราต้องเปลี่ยนความคิด มีวิสัยทัศน์ว่า จะเดินหน้าประเทศอย่างไร ถ้าเราไม่รู้ว่า เราจะมีอนาคต อย่างไร ประเทศไทยไปยาก" นายกฯ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การที่ประเทศไทยเราได้รับเลือกเป็นประธานในกลุ่ม จี 77 ว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดี ต้องชื่นชมทีมประเทศไทย และทูตที่ได้หารือมาโดยตลอด จนเมื่อเดือนเมษายน ถึงมีมติให้ประเทศไทยเป็นประธานกลุ่มนี้ เราจะได้มีโอกาสเป็นผู้นำในการพัฒนา รวมถึง การพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างความสมดุลใน 3 เสาหลัก ที่เราได้รับเลือก เพราะเรามีผลงานปรากฏ สามารถลดความยากจนได้พอสมควร





