วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.เตรียมคลอดคู่มือทำคดีเลือกตั้ง

กกต.เตรียมคลอด คู่มือทำคดีเลือกตั้ง เพิ่มประสิทธิภาพเทียบเท่าดีเอสไอ-ป.ป.ช.

ที่โรงแรมคลาสสิค คามิโอ อยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการประชุมเชิงวิชาการเรื่อง “การดำเนินคดีเลือกตั้งระดับภูมิภาค” โดยเป็นการหารือร่วมกันระหว่างกกต.และแผนกคดีเลือกตั้งในศาลอุทธรณ์ภาค โดยมีกรรมการ กกต. , ตัวแทนแผนกคดีเลือกตั้งในศาลอุทธรณ์, กกต.จังหวัด , ผอ.กกต.จังหวัด ,หัวหน้างานสืบสวน และพนักงานสอบสวนในเขตพื้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1

โดยนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน กล่าวสรุปผลการประชุมว่า ขณะนี้คู่มือการสอบสวนคดีเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีฐานความผิด 8 ฐานด้วยกัน ประกอบด้วย กลุ่มซื้อสิทธิขายเสียง กลุ่มจัดเลี้ยง กลุ่มหาเสียงโดยการหลอกลวงใส่ร้าย กลุ่มย้ายทะเบียนบ้าน กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ กลุ่มฝ่าฝืนประกาศ กกต. กลุ่มกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และกรรมการนับคะแนน และกลุ่มคุณสมบัติผู้สมัคร ซึ่งจะมีการนำเสนอเข้าที่ประชุม กกต.ต่อไป โดยคาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือน ก่อนจะมีคู่มือฉบับสมบูรณ์ออกมาแจกจ่ายให้เจ้าหน้าที่ กกต.ทั่วประเทศได้ และมีโครงการที่จะเพิ่มอัตรากำลังของพนักงานสอบสวนในต่างจังหวัดรวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ในการสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนในแต่ละจังหวัดจะมีอัตรา 5-8 คน นอกจากนั้นก็จะมีการอบรมพนักงานสอบสวนประมาณ 3หลักสูตร เพื่อให้พนักงานสอบสวนของ กกตมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) นอกจากนั้นก็จะมีการออกระเบียบการทำสำนวน การจัดเอกสารต่างๆ เพื่อให้พนักงานสอบสวนทำงานได้ง่ายขึ้น

นายบุญส่ง กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีกฎหมายหลายฉบับเข้ามาเกี่ยวข้องในการทำงานของเรา และพบว่ามีกฎหมายที่ขัดแย้งกัน ซึ่งเราต้องเป็นแม่งานในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้งหมด โดยกฎหมายที่เราจะต้องแก้นั้น หากเสนอเข้าพิจารณาในสภาปกติจะไม่ผ่าน เพราะเป็นโทษต่อนักการเมือง ดังนั้นในช่วงที่มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เราจึงต้องเร่งแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และย้ำว่ามาตรา 251ในร่างรัฐธรรมนูญที่ตกไป ที่มีการให้อำนาจ กกต.ย้ายเจ้าหน้าที่รัฐที่วางตัวหรือทำตัวไม่เป็นกลางระหว่างการเลือกตั้งออกจากพื้นที่ได้ รวมทั้งการดำเนินการทางวินัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและควรมีในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ด้วย