วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมศ.ประเมินรอบสี่ ใช้ไอที-ลดปริมาณเอกสาร

สมศ.เดินหน้าประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ ใช้ไอที ลดปริมาณเอกสาร โดยให้สถานศึกษาส่งเอกสารเป็นไฟล์ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่อาคารพญาไทพลาซ่า ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยถึงการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (ประจำปีงบประมาณ 2559-2563) ว่า ตนได้นำเรื่องดังกล่าวหารือกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีแล้ว โดย พล.อ.อ.ประจิน เห็นชอบให้ดำเนินการประเมินรอบสี่ตามกรอบเวลาเดิมที่กำหนดไว้ในรูปแบบประเมินออนไลน์ ซึ่งจะเริ่มประเมินตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 เป็นต้นไป ภายใต้นโยบาย “ลดภาระ สร้างสรรค์ กัลยาณมิตร” โดยสถานศึกษากลุ่มแรกที่จะเข้าประเมินในปีแรก ประกอบด้วย สถานศึกษาทุกระดับที่เข้ารับการประเมินรอบสาม ปีงบประมาณ 2554 และสถานศึกษาทุกระดับที่ใช้วิธีการประเมินคุณภาพเชิงพื้นที่ จำนวน 22 จังหวัด เช่น กรุงเทพฯ กำแพงเพชร ชัยนาท ชุมพร เชียงราย ตรัง ภูเก็ต ระยอง ลำพูน เป็นต้น

โดยในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ จะแบ่งการประเมินออกเป็น 2 รูปแบบคือ 1.การประเมินเพื่อพัฒนา ซึ่งสถานศึกษาทุกแห่งต้องเข้ารับการประเมินตามกฎหมาย อย่างน้อย 1 ครั้งใน 5 ปี และการประเมินแบบรับรองมาตรฐาน ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของสถานศึกษา โดยผลการประเมินจะไม่ได้บอกว่าผ่านหรือไม่ผ่าน แต่จะเป็นแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ต้นสังกัดจำเป็นต้องให้การสนับสนุนเพื่อแก้ปัญหา กลุ่มที่2 ต้นสังกัดต้องให้การสนับสนุนเพื่อแก้ปัญหา กลุ่มที่ 3 ต้นสังกัดต้องให้การสนับสนุนเพื่อพัฒนา กลุ่มที่ 4 ต้นสังกัดต้องให้การส่งเสริมในการยกระดับมาตรฐาน และกลุ่มที่ 5 ต้นสังกัดต้องให้การส่งเสริมในการเป็นต้นแบบ โดยการขอรับรองตามสมัครใจสามารถขอได้ภายใน 2 ปีหลังจากการประเมิน 2.การประเมินแบบรับรองมาตรฐาน เป็นการประเมินตามความสมัครใจของสถานศึกษาและมีการเทียบเคียงมาตรบานระดับสากลเพื่อยกระดับสถานศึกษาให้สามารถแข่งขันระดับสากลได้ โดยมี 2 รูปแบบ ได้แก่มาตรฐานขั้นพื้นฐาน โดยสมศ.จะตรวจเยี่ยมสถานศึกษาไม่เกิน 3 วัน ส่วนมาตรฐานขั้นสูง จะประเมินแบบก้าวหน้า คือประเมินร่วมระหว่างไทยกับสากล และแบบท้าท้าย เพื่อการจัดอันดับในอาเซียน ภูมิภาคเอเชีย และอันดับโลก

“การประเมินรอบสี่มีจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือ 1.กระชับตัวบ่งชี้ จะลดตัวบ่งชี้ลงในการประเมินทุกระดับ เช่น การศึกษาขั้นพื้นฐาน เดิม 12 ตัวหลัก 25 ตัวย่อย เหลือ 12 ตัวหลัก 18 ตัวย่อย เป็นต้น 2.ลดปริมาณเอกสาร โดยให้สถานศึกษาส่งเอกสารเป็นไฟล์ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อลดจำนวนการเตรียมเอกสารในการทำรายงานส่งผู้ประเมิน และ 3.ลดจำนวนวันตรวจเยี่ยมสถานศึกษา จากเดิม 3 วัน เหลือไม่เกิน 3 วันขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรรมการ สมศ. ในแต่ละระดับ ซึ่งบางแห่งอาจไม่ต้องลงไปตรวจเยี่ยมเลยก็ได้ เช่น โรงเรียนดัง เป็นต้น นอกจากนั้น สมศ.มีแผนจะเปิดสายด่วนการประเมินรอบสี่ เพื่อให้ข้อมูลและตอบข้อซักถาม”ศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าว

ด้าน ศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ประธานกรรมการบริหาร สมศ. กล่าวว่า ในการประเมินรอบสี่ สถานศึกษาทุกแห่งมีสิทธิ์เลือกตัวบ่งชี้ที่จะใช้ประเมิน ซึ่ง สมศ. จะประกาศตัวบ่งชี้ให้ทราบในวันที่ 14-15 ตุลาคมนี้ เพราะ สมศ. ไม่อยากให้การประเมินใช้ไม้บรรทัดเดียวกันในการวัดทุกแห่ง และต้องการให้การประเมินสอดคล้องกับบริบทของแต่ละสถานศึกษา เพื่อสะท้อนความจริงให้ได้มากที่สุด.