วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กทม.ลุยจัดระเบียบ เร่งรื้อคืนพื้นที่ทางน้ำ

กทม.เดินหน้าตั้งคณะทำงาน ลุยจัดระเบียบ"คลองโอ่งอ่าง" สั่งผู้บุกรุก 500 รายเร่งรื้อถอนสิ่งรุกล้ำ เปิดทางระบายน้ำ-คืนพื้นที่โบราณสถาน

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาผู้บุกรุกคลองโอ่งอ่าง มีพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัด กทม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกทม. สำนักเทศกิจ สำนักงานเขตพระนคร สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือ 

โดยพล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า รัฐบาลและกทม.มีนโยบายการจัดระเบียบปรับปรุงภูมิทัศน์และการพัฒนาสภาพแวดล้อมรอบเกาะรัตนโกสินทร์บริเวณคลองโอ่งอ่าง เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางวัฒนาธรรม เป็นโบราณสถานที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะร่วมกันได้ กทม.จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาผู้บุกรุกคลองโอ่งอ่าง ประกอบด้วยตนเอง ในฐานะที่ปรึกษา นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. ในฐานะประธานคณะทำงาน พล.ต.ต.วิชัย นายจักกพันธุ์ ในฐานะรองประธานคณะทำงาน ผู้แทนกรมศิลปากร สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักเทศกิจ สำนักการระบายน้ำ สำนักผังเมือง สำนักการโยธา สำนักพัฒนาสังคม สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานเขตพระนคร สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ สำนักงานตลาด กองพันทการราย ศูนย์กำลังสำรอง กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ สถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ สถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ ในฐานะคณะทำงาน 

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวด้วยว่า บริเวณคลองโอ่งอ่าง เป็นคลองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 ปัจจุบันมีการปลูกสร้างโดยการทำเสาและคานเหล็กค้ำยันเป็นรากฐานของอาคารหรือสะพานเหล็กอย่างถาวร ตั้งอยู่บนคานทับหลังเขื่อน ค.ส.ล. ทำให้เขื่อนได้รับความเสียหาย กีดขวางทางระบายน้ำ ทำให้น้ำไหลระบายไม่สะดวก  

รวมทั้งมีการค้าขายสินค้า อาหาร ทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงในคลอง ทำให้คลองสกปรกและน้ำเน่าเสีย เกิดปริมาณขยะตกค้าง เป็นสาเหตุให้ประชาชนร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันตลาดริมคลองโอ่งอ่าง ได้ทำลายโบราณสถานและผิดพระราชบัญญัติโบราณสถานโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จากการตรวจสอบพบว่า มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในคลองโอ่งอ่าง ตั้งแต่บริเวณสะพานดำรงค์สถิตถึงสะพานภานุพันธ์ จำนวน 363 ราย บริเวณสะพานภานุพันธ์ถึงสะพานหัน จำนวน 74 ราย และบริเวณสะพานหันถึงสะพานบพิตรพิมุข จำนวน 63 ราย รวมผู้บุกรุกทั้งสิ้น 500 ราย

"ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบเสนอใช้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 พ.ศ.2502 ให้ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง รื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างออกไปให้พ้นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน หากเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างไม่ดำเนินการรื้อถอน ในฐานะผู้ดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินจะจัดการรื้อถอน แล้วดำเนินการขายทรัพย์ที่รื้อถอนหรือที่อยู่ในอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นตามกฎหมายต่อไป"รองผู้ว่าฯกทม. กล่าว