วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประวิตร' รักษาการนายกฯช่วง'ประยุทธ์'ประชุมยูเอ็น

"ประยุทธ์"มอบ"พล.อ.ประวิตร" รักษาการแทนช่วงไปประชุมยูเอ็น รับฟังรายชื่อตามสื่อเสนอนั่ง"กรธ.-สปท." พ้อคนไม่อยากร่วมอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า การประชุมวันนี้ได้มอบหมายภารกิจหลายอย่าง โดยเฉพาะได้มอบหมายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการในช่วงที่ตนเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ที่นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริการะหว่างวันที่ 24 ก.ย.-1 ต.ค.นี้

สำหรับประเด็นการประชุมครม.วันนี้มีหลายเรื่อง โดยสิ่งที่ตนได้ฝากไว้ในช่วงที่ไม่อยู่ก็ให้ดูแลติดตามในเรื่องของการสรรหา ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกในส่วนของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งปัจจุบันมีหลายกลุ่มหลายฝ่ายเสนอรายชื่อเข้ามาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเอาใครหรือไม่เอาใคร หรือให้ใครมาเป็นประธานกรธ. จะต้องพิจารณากันอีกครั้ง ตอนนี้ก็ต้องมีการพูดคุยกันก่อน ซึ่งตนพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกคน  

"ส่วนบรรดารายชื่อต่างๆ ที่เข้ามาผ่านสื่อมวลชนนั้น ผมก็รับพิจารณาไว้ทั้งหมดและเดี๋ยวก็คงจะมีการหารือกันอีกครั้งในระดับ ครม. คสช.ว่ามีความเหมาะสมอย่างไร เพราะทุกคน ทุกท่านมีความตั้งใจอยู่แล้ว สิ่งสำคัญขอฝากไว้ประเด็นเดียวก็คือเราต้องมองจุดมุ่งหมายสุดท้ายของเราว่า ต้องการอะไร อย่าไปมองเพียงแค่ว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้ามองแค่ตรงนี้มันไปไม่ได้ มันติดตั้งแต่ต้นแล้ว จะต้องมองว่า เราต้องการอะไรและผลสุดท้ายประเทศชาติมีความสงบสุขสันติเข้มแข็งลดปัญหาที่ผ่านมาหรือเปล่า ถ้าย้อนกลับมาได้เราควรจะมีอะไรอย่างไร แต่อยากให้เอาจุดหมายปลายทางมาก่อน" นายกฯ กล่าว 

นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของการขับเคลื่อนก็เช่นกัน ซึ่งแนวทางตนเคยเรียนไปแล้วว่าให้เอาของที่เขาทำมาแล้วมาพิจารณาอีกครั้งและนำไปสู่การพิจารณาออกเป็นกฎหมายใน สนช. ซึ่งก็ต้องสอดคล้องกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ตนจะแต่งตั้งขึ้นมาในช่วงนี้เป็นการนำร่องให้เห็นว่ามันน่าจะเป็นอย่างไรในช่วงรัฐบาลนี้ ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ก็สุดแล้วแต่พวกเราทุกคนจะเป็นผู้กำหนดว่า จะเป็นอย่างไรต่อไปในรัฐธรรมนูญ บางครั้งคนไทยต้องหัดคิดย้อนกลับไปกลับมาเพราะบางอย่างถ้าคิดจากต้นทางไปมันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด มันจะเจอแต่ทางตัน แต่ถ้าไปคิดปลายทางกลับมามันก็อาจจะไปได้ ดังนั้นเราจะต้องหาทางออก  

ผู้สื่อข่าวถามว่านายนิรันดร์ พันทรกิจ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เสนอให้นายกฯเปิดเผยรายชื่อสปท.และกรธ. ก่อนเดินทางไปร่วมประชุมยูเอ็น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาอยากให้เปิดเผย แต่ตนไม่อยาก จะทำไม ตนเป็นคนกำหนด ถ้าตามใจคนมากก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง  

เมื่อถามว่าจากกระแสข่าวบุคคลที่จะเป็นประธานกรธ.นอกจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิกคสช. และนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ยังมีชื่อบุคคลอื่นอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ ก็เห็นหนังสือพิมพ์เสนอมาทั้งนั้น ก็เสนอมาสิ บอกแล้วไงยังไม่ได้ตัดสินใครทั้งสิ้น ปัญหาคือเราจะต้องคุยกันว่าจะเดินอย่างไร ถ้าเข้าใจตรงกันก็พอจะหาทางออกคุยกันได้ให้เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย  

เมื่อถามว่าบุคคลที่จะเป็นประธานกรธ.นายกฯยึดหลักอะไรในการเลือก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยึดหลักการทำเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่มีตัวตน เมื่อถามว่ามีคุณสมบัติอื่นมากกว่านี้อีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี แค่นี้ก็ทำไม่ไหวแล้ว เพื่อชาติบ้านเมือง ชาติมันเล็กๆหรือไม่ ชาติคือประชาชน ทั้งประเทศ 70 ล้านยังไม่พอเหรอ

เมื่อถามว่ามีการเสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาให้เลือกทั้งกรธ.และสปท.มากแค่ไหน เปิดเผยได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เยอะ มีอยู่ 20-30 คน ดูแล้วคงไม่มีใครอยากมาเท่าไหร่ เขาไม่อยากมาอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ฉะนั้นข้างนอกก็ต้องไม่ขัดแย้งไม่กดดันเขา ทั้งนี้เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของกรธ. ถ้าได้มาเขาก็เป็นคนร่าง จะเห็นชอบหรือไม่ก็ว่ากันไป แต่ถ้าไปกดดันว่าต้องอย่างนี้อย่างนั้น ซึ่งยังไม่อยากกดดันเขาเลย

"ให้เขามีอิสระในการทำงานหน่อย เอาจุดมุ่งหมายประเทศชาติเป็นหลัก นั่นแหล่ะมันถึงจะได้คนดีมาทำงาน ไม่อย่างนั้นใครเข้ามาก็หาว่ารับใช้คสช. ไม่เข้ามาก็หาว่าอย่างนู้นอย่างนี้ คือสรุปไม่มีใครอยากทำอะไรหรอก ประเทศนี้ บ้านนี้ เมืองนี้ โดนซะก่อนหมด แต่ต้องการสงบสุข มีความสุข ต้องการอาชีพ รายได้ที่ดี แต่ใครทำให้เขาไม่ได้ ไม่ถูกใจทั้งหมด"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

เมื่อถามว่าหนักใจต่อการสรรหากรธ.และสปท.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่หนักใจ จะหนักทำไม ตนก็ให้ทุกคนที่อยู่ไปติดต่อพูดคุย มีความคิดเห็นอย่างไร ตนจะไปหนักใจทำไม เพราะไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ไม่ได้ทำเพื่อพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อไหร่ ทำเพื่อคนไทย 70 ล้านคน 

เมื่อถามว่ามีฝ่ายการเมืองสนใจเข้ามาให้ความร่วมมือหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของกรธ.ต้องเป็นนักกฎหมาย ซึ่งในส่วนของสปท.ก็มีฝ่ายการเมืองเสนอตัวเข้ามาร่วม แต่มีไม่กี่คน ไม่กี่พรรค เขาไม่เข้ามาก็ช่าง แล้วอย่ามาพูดทีหลังว่าไม่เห็นด้วย ประชาชนทั้งประเทศก็ดูเอาแล้วกัน ว่าเขาอยู่ เขาวางตัวเองไว้ตรงไหน

"สิ่งที่ผ่านมาผมไม่อยากจะโทษ แต่ถ้าผมไม่โทษมันก็กลับมาโทษผมอยู่แบบนี้ วันนี้ที่มันเกิดเรื่องมันเกิดเพราะใคร ส่วนไหนทำ ถึงเป็นอย่างนี้อยู่ แล้ววันนี้ยังมาคัดค้านอยู่แบบนี้ ตัวเองคนที่ผิดก็ยังไม่ยอมรับความผิดพลาด หรือรับผิดชอบอะไรสักอย่าง ผมว่ามันไม่ถูก ขณะเดียวกันจะให้ผมสงบเงียบเรียบร้อย ปรองดองทุกอย่างมันไม่ใช่เวลาของผม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว  

เมื่อถามว่าสัดส่วนทหารที่จะเข้าร่วมสปท.มีจำนวนเท่าไร นายกฯ กล่าวว่า เขาก็ตั้งไว้เฉยๆ เดี๋ยวมากน้อยเขาก็เกลี่ยเอาเอง คงไม่ต้องเท่านั้นเท่านี้หรอก แค่เดินลงบันไดตนก็เปลี่ยนสัดส่วนได้แล้ว 50 เหลือ 15 เหลือ 25 เหลือ 20 ก็ตนตัดสินใจเองในคราวหลัง เขาเสนอมา 150 ตนก็ตัดเหลือ 50 ถ้าสัดส่วนมันน้อยตนก็ลดลงแค่นั้นเอง อย่าไปสนใจเรื่องนี้ ต้องสนใจว่าเขาจะทำเรื่องอะไร รู้หรือยังเขาจะทำอะไร ถามสิว่าเขากำลังจะทำอะไร แล้วจะทำงานแบบไหน เขาจะปฏิรูปกันอย่างไร แบบนี้ไม่ถาม แต่กลับไปสนใจว่ามีคนกี่คน จะออกแบบไหน เลือกตั้งเมื่อไหร่ มันอยู่แค่นี้ในปัญหาโลกแตก เหมือนไก่เกิดก่อนไข่ ไข่เกิดก่อนไก่ อะไรทำนองนี้ มันก็อยู่แค่นี้ มันไปไม่ถึงการขยายพันธุ์ไก่ ประเทศเขาไปไหนแล้ว นี่กลับมาที่เก่า

"ผมถามว่ารัฐธรรมนูญต่อให้เขียนวิเศษวิโส ถ้ามันไม่ปฏิบัติจะเกิดอะไรขึ้น กฎหมายทุกวันนี้มีกี่มาตรา มันยังติดคุกกันเป็นแถวอยู่นี่ ฉะนั้นไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย ไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญอย่างเดียว ไม่ได้อยู่ที่กติกา เขาเรียกว่าคนในชาติจะต้องร่วมมือกันอย่างไร ผลประโยชน์ชาติอยู่ตรงไหน ถ้าคิดแบบนั้นก็ไม่ต้องมี ผมก็ไม่ต้องเข้ามา รัฐบาลใครจะเข้าก็เข้ามา อยากทำอะไรก็ทำกันไปมันมีทุกอย่างอยู่แล้ว วันนี้ที่มันยุ่งจริงๆแล้วไม่ต้องเขียนใหม่ด้วยซ้ำ รัฐธรรมนูญที่ผ่านๆมานี้ ถ้ามันยึดถือก็ไม่ต้องแก้ แต่มันไม่ถือไง ทะเลาะกันมาตลอดทุกฉบับ แล้วเราจะทะเลาะเรื่องรัฐธรรมนูญไปอีกสักกี่ฉบับ มันจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนผ่านไหมในช่วงนี้ จำเป็นจะต้องเตรียมการประชาธิปไตยที่เป็นสากลหรือไม่ คำว่าสากลก็ต้องกลับมาดูว่าคนของเราพร้อมหรือยังที่จะเป็นสากลทุกอย่าง สิทธิ เสรีภาพ เราเอาสิ่งที่สบายรับมาหมด ประเทศเราอะไรที่ไม่สบายไม่เอา ไม่ชอบ แล้วจะเอาอะไรแล้วจะได้อะไรกลับมา มันไม่ได้อะไรกลับมาหรอก คนในชาติทุกประเทศต้องมีระเบียบวินัยพอสมควร" นายกฯ กล่าว  

เมื่อถามว่า ในขณะที่นายกฯกำลังขับเคลื่อนประเทศซึ่งประชาชนดูอยู่ ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มคนไปรวมตัวกันที่ประเทศฮ่องกง คอยทำลายสมาธิ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างอารมณ์เย็น ว่า ตนไม่ได้ให้ความสำคัญมากมายขนาดนั้น ตนถือว่ากำลังทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ ใครจะว่าอะไรก็ว่าไป เคารพกติกากันบ้าง เวลาเขาอยู่ในหน้าที่ต่างๆตนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว และวันนี้ตนก็ทำงานของตน ประชาชนก็ดูแล้วกันเขาทำถูกหรือทำผิด ถ้าสิ่งที่เขาทำกลายเป็นว่าถูกมากกว่าสิ่งที่ตนทำ ถ้าอย่างนี้ก็โอเค โลกก็ตาลปัตรแล้ว แต่ตนไม่ได้หมายความว่าเขาทำถูกหรือผิดทั้งหมด ที่ผิดก็เยอะที่ถูกก็คงมีอยู่บ้าง

แต่ทั้งนี้ให้กฎหมายเป็นผู้ตัดสิน ถ้าไม่รับกฎหมายอีกแล้วจะตัดสินด้วยอะไร ถ้าเรายังให้เครดิตไปมาอย่างนี้ ท่านไม่จำเป็นต้องมาให้เครดิตตน ขณะเดียวกันต้องไม่ให้เครดิตคนอื่น ตนขอแค่นั้นยังได้ยังดีกว่า แต่กลับให้เครดิตตน ให้เครดิตอีกข้างเรื่อยๆ ทั้งๆที่ทำคนละอย่างกัน มันใช่ไหมล่ะ แค่นี้นะ ขอเวลาไปเตรียมตัวไปประชุมยูเอ็น โชคดีนะ