"ประวิตร"ถกสภากลาโหมครั้งสุดท้ายปีงบฯ58 ขอบคุณเหล่าทัพทุ่มเททำงาน วอนหนุนคสช.ทำงานตามโรดแม็พ
กระทรวงกลาโหม-พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 9/58 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2558 โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า พล.อ.ประวิตรได้แสดงความขอบคุณผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในฐานะสมาชิกสภากลาโหมและผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนที่ได้ทุ่มเท แรงกาย แรงใจ และกำลังสติปัญญา ร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ จนทำให้ภารกิจต่างๆ ของสภากลาโหม สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ก่อให้เกิดประโยชน์แก่กิจการสภากลาโหมและกระทรวงกลาโหมในภาพรวมโดยตลอด ในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนต่อเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศ
นอกจากนี้ขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ สนับสนุนรัฐบาลและคระรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการดำเนินการตามกระบวนการโรดแม็พที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขโดยสมบูรณ์ และเพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีคุณธรรมเข้ามาบริหารบ้านเมืองให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงยั่งยืนต่อไปด้วย
พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2559 ขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ บริหารจัดการงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ต้องตอบสนองต่อภารกิจหลักของหน่วย รวมทั้งเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ พร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนในการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพกองทัพ เพื่อให้กองทัพมีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยและคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนสามารถรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สำหรับการดูแลสิทธิประโยชน์กำลังพลที่ปฏิบัติงานเสี่ยงภัยขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพให้ความสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตและสิทธิประโยชน์
รวมถึงพิจารณาจัดทำแนวทางการเชิดชูเกียรติแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ทั้งในภารกิจการป้องกันประเทศตามแนวชายแดน การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนการดูแลคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญให้ประเทศชาติมีความสงบ มั่นคงและปลอดภัยตลอดมา ทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล
โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารชั้นผู้น้อยที่มีความมุ่งมั่นทุ่มเทและเสียสละในการปฏิบัติงานในพื้นที่มีความเสี่ยงต่ออันตราย และเพื่อเป็นการลดความกังวลในเรื่องภาระครอบครัว ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานได้อีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับกำลังพลและครอบครัวต่อไปด้วย





