วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลื่อนตรวจหลักฐาน13เครือข่ายยูฟันชุดแรก

ศาลเบิกตัว"13 เครือข่ายยูฟันชุดแรก"ตรวจหลักฐาน จำเลยยังยืนยันให้การปฏิเสธสู้คดี แต่ศาลให้เลื่อนตรวจหลักฐาน หลังอัยการระบุพยานตามสำนวนสอบสวน

ห้องพิจารณา 905 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีบริษัทยูฟัน สโตร จำกัด ฉ้อโกงประชาชน หมายเลขดำ อ.2279/2558  ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอภิชรัชฏ์ แสนกล้า อายุ 40 ปี กับพวกเครือข่ายยูฟันฯ รวม 13 รายทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นจำเลยที่ 1-13 ในความผิด 5 ข้อหา ฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 3-7 และ 25 , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 343 , ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงฯ ตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 มาตรา 19,21,46,48 และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จฯ ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ. 2550 มาตรา 3,14  และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ ตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527  พร้อมขอให้จำเลยร่วมกันคืนเงินชดใช้แก่ผู้เสียหาย 2,451 คน รวมเป็นเงิน  351,556,314 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี      

โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้เบิกตัวจำเลยชาย-หญิง ทั้ง 13 ราย มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อร่วมกระบวนพิจารณา ซึ่งจำเลยทั้งหมดไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวนับตั้งแต่ชั้นฝากขังแล้ว ซึ่งคดีนี้อัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 13 รายเป็นชุดแรกเมื่อวันที่ 13 ก.ค.58     

ทั้งนี้ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังแล้วสอบคำให้การ จำเลยทั้งหมดยืนยันให้การปฏิเสธต่อสู้คดี พร้อมยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรประกอบด้วย 

ขณะที่อัยการโจทก์ ได้แถลงมีพยานบุคคล ตามสำนวนการสอบสวน รวม 3,072 ปากซึ่งพยานบางส่วนไม่ได้ให้การเชื่อมโยงจำเลยคดีนี้ และพยานเอกสารอีกจำนวน ซึ่งยังไม่ได้ทำการจัดหมวดหมู่ โดยอัยการได้ยื่นคำร้องขอ รวมการพิจารณาสำนวนนี้กับสำนวนคดีหมายเลขดำ อ.2836/2558 อัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยอีก 17 ราย เนื่องจากพยานชุดเดียวด้วย พร้อมขอเลื่อนนัดตรวจหลักฐานออกไปก่อน  

ด้านจำเลย ได้มอบให้ทนายความแถลงคัดค้านการขอรวมสำนวน ระบุว่า เนื่องจากเห็นว่ายังไม่รู้ว่าอัยการโจทก์ จะยื่นฟ้องคดีกับผู้ต้องหารายอื่น ๆ อีกเมื่อใด หากรวมสำนวนจะส่งให้การพิจารณาเป็นไปโดยล่าช้าซึ่งขณะนี้จำเลยทั้ง 13 รายยังไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ถูกคุมขังมาโดยตลอดจึงจะกระทบต่อการพิจารณาคดีของจำเลยทั้ง 13 ราย   

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่อพยานบุคคล และพยานเอกสารของอัยการโจทก์ มีจำนวนมาก ประกอบกับจำเลยไม่คัดค้านการเลื่อนวันตรวจพยานหลักฐาน ดังนั้นศาลจึงให้เลื่อนการตรวจหลักฐานออกไปก่อน โดยให้อัยการโจทก์ และฝ่ายจำเลย ทำการสรุปพยานที่จะนำสืบ พร้อมทั้งประเด็นไว้ก่อน ซึ่งศาลจะนัดตรวจหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 9 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

ส่วนการรวมพิจารณาสำนวนนั้น ศาลเห็นว่า เมื่อยังไม่ชัดเจนว่า อัยการโจทก์จะฟ้องคดีกับผู้ต้องหาอื่นอีกเมื่อใด ดังนั้นหากจะให้รวมสำนวนอาจทำให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความล่าช้า ประกอบกับจำเลยได้คัดค้าน ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้รวมสำนวนคดี 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสำนวนคดียูฟันฯ ชุดที่สอง หมายเลขดำ อ.2836/2558 พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 ยื่นฟ้อง นายนที ธีระโรจนพงษ์ และพวกเครือข่ายยูฟันซึ่งเป็นคนไทยมีทั้งผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว พนักงานและนักศึกษา รวม  17 ราย เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ในความผิด 5 ข้อหาหลักเช่นเดียวกับกลุ่มของนายนายอภิชรัชฏ์ แสนกล้า   

ขณะที่นายนที กับพวกรวม 17 ราย ก็ไม่ได้รับการประกันตัว และได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวเช่นเดียวกัน ซึ่งศาลนัดตรวจหลักฐานวันที่ 9 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. โดยคดีเครือข่ายยูฟันฯ ฉ้อโกง ดังกล่าว นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด ได้มีคำสั่งให้ฟ้องผู้ต้องหารวม 164 รายซึ่งมีผู้ต้องหาชาวต่างชาติด้วย ซึ่งพฤติการณ์การกระทำผิดทั้งในและต่างประเทศ  ขณะที่อัยการได้ยื่นฟ้องแล้วรวม 30 ราย มีผู้ต้องหาที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีกจำนวน 134 ราย ประกอบด้วย บุคคลธรรมดา 130 ราย และนิติบุคคล 4 ราย ซึ่งอัยการได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนติดตามจับกุมตัวมาฟ้องภายในอายุความ 15 ปีต่อไป