วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อุดมเดช'สั่งมทภ.4-ฉก.3จว.เข้ม ห่วงไฟใต้แรง

ผบ.ทบ.สั่ง "มทภ.4-ฉก.3 จังหวัด" ดูแลเข้มช่วงปลายปีงบประมาณ ห่วงไฟใต้แรง ชี้เป็นระยะเปลี่ยนผ่าน

เมื่อเวลา 07.30 น. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ก่อน เดินทางไปค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่4 จ.นครศรีธรรม เพื่อทำพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพบปะกำลังพลให้กำลังใจ กองทัพภาคที่4ในการปฏิบัติงาน หลังเกิดเหตุการณ์ระเบิด6 จุด ที่ จ.นราธิวาส ว่า ยังคงมีเหตุการณ์อยู่ ก็ต้องแก้ไขกันต่อไป เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้ ทั้งนี้ ตนจะเน้นย้ำไปกับผู้บังคับบัญชาของกองทัพภาคที่4อีกครั้งหนึ่ง โดยสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมีเป็นระยะ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พยายามคุมสถานการณ์ไว้ได้ดีพอสมควร แต่เหตุการณ์ไม่ได้หมดไป เพราะยังมีขบวนการต่างๆแฝงตัวอยู่ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการมาทั้งหมดนั้น ได้ผลดีตามลำดับ ทั้งมาตรการเชิงรับการตั้งจุดตรวจ การดูแลพระสงฆ์ ครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ และมาตรการเชิงรุก งานด้านการข่าว การปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่ป่าเขา แต่ก็ยอมรับว่ายังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นระยะๆ โดยเฉพาะการลอบยิงประชาชน ซึ่งผู้ก่อเหตุรุนแรงสามารถเลือกเป้าหมายอ่อนแอได้ โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถวางกำลังเจ้าหน้าที่ได้ทั้งหมด

 

พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า เราควบคุมสถานการณ์ได้ดีพอสมควรซึ่งไม่อยากเอาสถิติมาเป็นตัวเปรียบเทียบ ระหว่างสถานการณ์ที่แล้วมากับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ความเป็นจริงสถิติความรุนแรงไม่ได้เพิ่มขึ้น หากแต่ลดน้อยกว่าเดิม ในทางตรงกันข้ามช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายของสิ้นปีงบประมานพบว่าเริ่มมีเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้น บางท่านคิดว่าเกี่ยวข้องโยงกับการพูดคุยสันติสุข ตนคิดว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกัน แต่ทุกจังหวะเวลา ผู้ก่อเหตุรุนแรงยังมีความคิดแบ่งแยกพื้นที่อยู่ ซึ่งก็ยังมองไม่เห็นทางว่าจะเป็นไปได้อย่างไร เมื่อเทียบกับสถาการณ์ปัจจุบัน เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ไม่มีทาง อยากให้หยุดความคิด รวมกันพัฒนาพื้นที่ ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ (17 ก.ย.) มีที่หนักอยู่ 1 จุด คือ จักรยานยนต์บอมม์ จนทำให้ประชาชน และเจ้าหน้าที่เสียชีวิต อย่างละ 1 คน และบาดเจ็บ 10 กว่าคน โดยคาดว่าอาจจะเป็นการจุดระเบิดด้วยโทรศัพท์ หรือวิทยุ อย่างไรก็ตามเราจะเร่งตรวจสอบชัดเจนอีกครั้ง นอกนั้นเป็นการก่อกวนด้วยการจุดปะทัดยักษ์ ระเบิดและการประกอบระเบิดขนาดเล็ก ทำให้ปริมาณพื้นที่ก่อเหตุมาก

 

“ ช่วงปลายปีของงบประมาณ ผู้บังคับบัญชาก็จะมีการเปลี่ยนแปลง ผมอยากจะย้ำว่า ยิ่งเป็นช่วงปลายปีงบประมาณ ก็ต้องยิ่งเข้ม ได้กำชับไปยัง พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาคที่ 4 (กอ.รมน.ภาค.4) และรองผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รวมถึงผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทั้ง 3 จังหวัด ให้ระมัดระวังอย่างยิ่งในช่วงการเปลี่ยนผ่านหน่วยกำลังพลต่างๆ จะต้องมีการเตรียมการในการดูแลพื้นที่ ไม่เช่นนั้น จะเกิดการฝังตัว และเตรียมการก่อเหตุขึ้นได้ ซึ่งเราพยายามควบคุมพื้นที่และติดตามแก้ไขปัญหาต่างๆ การออกมาควบคุมพื้นที่ของชุดเฉพาะกิจในจังหวัดต่างๆเช่น จ.ปัตตานี จ.ยะลา แม้จะไม่มีเหตุการณ์ แต่เป็นการระมัดระวัง” ผบ.ทบ.กล่าว

  

พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ส่วนกระบวนการพูดคุยสันติสุข ยังอยู่ในขั้นตอนการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งยืนยันว่าต้องใช้เวลานาน และอยากย้ำว่าเรามีความจริงใจในการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี ไม่อยากให้เกิดเหตุรุนแรง รวมทั้งก็รับฟังข้อคิดเห็นต่างๆ ส่วน3อเสนอของกลุ่ม มาลาปาตานี บางอย่างไม่สามารถรับตรงนี้ได้ และข้อเสนอของเรา กลุ่ม มาลาปาตานี ก็ยังไม่รับเช่นกัน อย่างกรณี เราต้องการดูและทดมอบเพื่อให้มั่นใจว่า การดูแลกลุ่มต่างๆและศักยภาพในการดูแลพื้นที่ กลุ่ม มาลาปาตานี เป็นที่ยอมรับและมีบทบาทมากน้อยแค่ไหน เราพยายามทดสอบในพื้นที่ต่างๆก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ ส่วนมองกันว่าเป็นข้อต่อรองระหว่างกันหรือไม่นั้น ตนก็ไม่แน่ใจ แต่มองว่าทั้ง 2 ฝ่ายยังต้องปรับความคิดเห็นกันอีก ส่วนจะมีผลกระทบต่อเหตุการณ์ในพื้นที่อย่างไรนั้น เราคงไม่รอคอยเรื่องการพูดคุยสันติสุขอย่างเดียว ต้องดูแลพื้นที่ให้เต็มที่ด้วย อย่างไรก็ตาม ทางนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาถึงปัญหาและให้แนวทางเพิ่มเติม ซึ่งคณะพูดคุยสร้างสันติสุข ก็ต้องนำไปปรับเพื่อให้การดำเนินการมีความต่อเนื่อง